logotype
คาถาธรรมบท ปุปผวรรคที่ ๔

๔๔. โก อิมํ ปฐวึ วิเชสฺสติ,

ยมโลกญฺจ อิมํ สเทวกํ,
โก ธมฺมปทํ สุเทสิตํ,

กุสโล ปุปฺผมิว ปเจสฺสติ. (๔:๑)

 

ใครจักรู้แจ้งแผ่นดินนี้ ใครจักรู้แจ้งยมโลก

และมนุษยโลกนี้พร้อมกับเทวโลก

ใครจักเลือกสรรบทธรรมที่เราแสดงดีแล้ว

ดุจนายมาลาการผู้ฉลาด เลือกสรรดอกไม้ ฉะนั้น.

๔๕.

เสโข ปฐวึ วิเชสฺสติ,

ยมโลกญฺจ อิมํ สเทวกํ,
เสโข ธมฺมปทํ สุเทสิตํ,

กุสโล ปุปฺผมิว ปเจสฺสติ. (๔:๒)

พระเสขะจักรู้แจ้งแผ่นดิน พระเสขะจักรู้แจ้ง

ยมโลกและมนุษยโลกนี้พร้อมกับเทวโลก

พระเสขะจักเลือกสรรบทธรรมที่เราแสดงดีแล้ว

ดุจนายมาลาการผู้ฉลาดเลือกสรรดอกไม้ ฉะนั้น.

๔๖.

เผณูปมํ กายมิมํ วิทิตฺวา,
มรีจิธมฺมํ อภิสมฺพุธาโน,
เฉตฺวาน มารสฺส ปปุปฺผกานิ,
อทสฺสนํ มจฺจุราชสฺส คจฺเฉ. (๔:๓)

ภิกษุทราบกายนี้ว่า เปรียบด้วยฟองน้ำ

ตรัสรู้พร้อมเฉพาะกายนี้ว่ามีพยับแดดเป็นธรรม

ตัดดอกไม้อันเป็นประธานของมารแล้ว

พึงไปสู่ที่ที่มัจจุราชไม่เห็น.

๔๗.

ปุปฺผานิ เหว ปจินนฺตํ, พฺยาสตฺตมนสํ นรํ,
สุตฺตํ คามํ มโหโฆว, มจฺจุ อาทาย คจฺฉติ. (๔:๔)

มัจจุย่อมจับนระ ผู้มีใจอันซ่านไปแล้วในอารมณ์ต่างๆ

กำลังเลือกเก็บดอกไม้ทั้งหลายนั่นเทียวไป

เหมือนห้วงน้ำใหญ่พัดบ้านอันหลับแล้วไป ฉะนั้น.

๔๘.

ปุปฺผานิ เหว ปจินนฺตํ, พฺยาสตฺตมนสํ นรํ,
อติตฺตํ เยว กาเมสุ, อนฺตโก กุรุเต วสํ. (๔:๕)

มัจจุผู้ทำซึ่งที่สุด ย่อมทำนระผู้มีใจอันซ่าน

ไปแล้วในอารมณ์ต่างๆ กำลังเลือกเก็บดอกไม้ทั้งหลาย

ไม่อิ่มแล้วในกามคุณนั่นแล ไว้ในอำนาจ.

๔๙.

ยถาปิ ภมโร ปุปฺผํ, วณฺณคนฺธํ อเหฐยํ,
ปเลติ รสมาทายเอวํ คาเม มุนี จเร. (๔:๖)

ภมรไม่ยังดอกไม้อันมีสีให้ชอกช้ำ

ลิ้มเอาแต่รสแล้วย่อมบินไป แม้ฉันใด

มุนีพึงเที่ยวไปในบ้าน ฉันนั้น.

๕๐.

น ปเรสํ วิโลมานิ, น ปเรสํ กตากตํ,
อตฺตโน ว อเวกฺเขยฺย, กตานิ อกตานิ จ. (๔:๗)

บุคคลไม่พึงใส่ใจคำแสลงหู ของชนเหล่าอื่น

ไม่พึงแลดูกิจที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ ของชนเหล่าอื่น

พึงพิจารณากิจที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำของตนเท่านั้น.

๕๑.

ยถาปิ รุจิรํ ปุปฺผํ, วณฺณวนฺตํ อคนฺธกํ,
เอวํ สุภาสิตา วาจา, อผลา โหติ อกุพฺพโต. (๔:๘)

ดอกไม้งาม มีสี แต่ไม่มีกลิ่นแม้ฉันใด

วาจาสุภาษิต ย่อมไม่มีผลแก่บุคคลผู้ไม่ทำ ฉันนั้น.

๕๒.

ยถาปิ รุจิรํ ปุปฺผํ, วณฺณวนฺตํ สุคนฺธกํ,
เอวํ สุภาสิตา วาจา, สผลา โหติ สุกุพฺพโต. (๔:๙)

ดอกไม้งาม มีสี มีกลิ่น แม้ฉันใด

วาจาสุภาษิต ย่อมมีผล แก่บุคคลผู้ทำดี ฉันนั้น.

๕๓.

ยถาปิ ปุปฺผราสิมฺหา, กยิรา มาลาคุเณ พหู,
เอวํ ชาเตน มจฺเจน, กตฺตพฺพํ กุสลํ พหุํ. (๔:๑๐)

 

นายมาลาการพึงทำกลุ่มดอกไม้ให้มาก

แต่กองแห่งดอกไม้แม้ฉันใด สัตว์

[ผู้มีอันจะพึงตายเป็นสภาพ] ผู้เกิดแล้ว

พึงทำกุศลให้มาก ฉันนั้น.

๕๔.

น ปุปฺผคนฺโธ ปฏิวาตเมติ,
น จนฺทนํ ตครมลฺลิกา วา,
สตญฺจ คนฺโธ ปฏิวาตเมติ,
สพฺพา ทิสา สปฺปุริโส ปวายติ. (๔:๑๑)

กลิ่นดอกไม้ย่อมฟุ้งทวนลมไปไม่ได้

กลิ่นจันทน์หรือกฤษณา และกะลำพัก

ย่อมฟุ้งทวนลมไปไม่ได้ ส่วนกลิ่นของ

สัตบุรุษย่อมฟุ้งทวนลมไปได้

เพราะสัตบุรุษฟุ้งไปทั่วทิศ.

๕๕.

จนฺทนํ ตครํ วาปิ, อุปฺปลํ อถ วสฺสิกี,
เอเตสํ คนฺธชาตานํ, สีลคนฺโธ อนุตฺตโร. (๔:๑๒)

 

กลิ่นคือศีลเป็นเยี่ยมกว่าคันธชาติ เหล่านี้

คือจันทน์ กฤษณา ดอกบัว และมะลิ.

๕๖.

อปฺปมตฺโต อยํ คนฺโธ, ยฺวายํ ตครจนฺทนี,
โย จ สีลวตํ คนฺโธ, วาติ เทเวสุ อุตฺตโม. (๔:๑๓)

กลิ่นกฤษณาและจันทน์นี้ เป็นกลิ่นมีประมาณน้อย

ส่วนกลิ่นของผู้มีศีลทั้งหลายเป็นกลิ่นสูงสุด

ย่อมฟุ้งไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.

๕๗.

เตสํ สมฺปนฺนสีลานํ, อปฺปมาทวิหารินํ,
สมฺมทญฺญา วิมุตฺตานํ, มาโร มคฺคํ น วินฺทติ. (๔:๑๔)

มารย่อมไม่พบทาง ของท่านผู้มีศีลถึงพร้อมแล้ว

มีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาท ผู้พ้นวิเศษแล้ว

เพราะรู้โดยชอบ.

๕๘.

ยถา สงฺการธานสฺมึ, อุชฺฌิตสฺมึ มหาปเถ,
ปทุมํ ตตฺถ ชาเยถ, สุจิคนฺธํ มโนรมํ. (๔:๑๕)

ดอกปทุมมีกลิ่นหอม พึงเกิดในกองแห่งหยากเยื่อ

อันเขาทิ้งแล้วในใกล้ทางใหญ่นั้น ย่อมเป็นที่รื่นรมย์ใจ ฉันใด.

๕๙.

เอวํ สงฺการภูเตสุ, อนฺธภูเต ปุถุชฺชเน,
อติโรจติ ปญฺญาย, สมฺมาสมฺพุทฺธสาวโก. (๔:๑๖)

ปุปฺผวคฺโค จตุตฺโถ.

พระสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เมื่อปุถุชนทั้งหลายผู้เป็นเพียงดั่งกอง

หยากเยื่อ ย่อมไพโรจน์ล่วงปุถุชนทั้งหลาย

ผู้เป็นดังคนบอดด้วยปัญญา ฉันนั้น.

จบปุปผวรรคที่ ๔

image1 image2 image3
Home Dhamma&Pali พุทธสาสนสุภาษิต เล่ม ๑ (ฉบับสมบูรณ์) - ปกิณณกวรรค

Main Menu

*อาสาฬหบูชา ๑ (พม.ประนอม ธมฺมาลงฺกาโร)

พุทธสาสนสุภาษิต เล่ม ๑ (ฉบับสมบูรณ์) - ปกิณณกวรรค Print E-mail
Article Index
พุทธสาสนสุภาษิต เล่ม ๑ (ฉบับสมบูรณ์)
อัปปมาทวรรค กัมมวรรค กิเสสวรรค
โกธวรรค ขันติวรรค
จิตตวรรค ชยวรรค ทานวรร
ทุกขวรรค ธัมมวรรค
ปกิณณกวรรค
ปัญญาวรรค ปมาทวรรค ปาปวรรค
ปุคคลวรรค
ปุญญวรรค มัจจุวรรค มิตตวรรค
ยาจนวรรค ราชวรรค
วาจาวรรค วิริยวรรค เวรวรรค
สัจจวรรค สติวรรค สัทธาวรรค สันตุฏฐิวรรค
สมณวรรค สามัคคีวรรค สีลวรรค
สุขวรรค เสวนาวรรค
All Pages
 

 

 

๑๒. ปกิณณกวรรค คือ หมวดเบ็ดเตล็ด

 

๑๘๒. อฏฺฐงฺคิโก จ มคฺคานํ เขมํ อมตคามินํ.

บรรดาทางทั้งหลาย ทางมีองค์ ๘ เป็นทางเกษมให้ถึงอมตธรรม.

ม. ม. ๑๓/๒๘๑.

๑๘๓. วิสุทฺธิ สพฺพเกลฺเสหิ โหติ ทุกฺเขหิ นิพฺพุติ.

ความหมดจดจากกิเลสทั้งปวง เป็นความดับจากทุกข์ทั้งหลาย.

ร. ร. ๔.

๑๘๔. ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมํ.

สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา.

สํ. มหา. ๑๙/๕๓๑.

๑๘๕. ยถาปจฺจยํ ปวตฺตนฺติ.

สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งขึ้น ย่อมเป็นไปตามปัจจัย.

ร. ร. ๔.

๑๘๖. อาโรคฺยปรมา ลาภา.

ความไม่มีโรค เป็นลาภอย่างยิ่ง.

ม. ม. ๑๓/๒๘๑. ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.

๑๘๗. ชิฆจฺฉา ปรมา โรคา.

ความหิว เป็นโรคอย่างยิ่ง.

ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.

๑๘๘. สงฺขารา สสฺสตา นตฺถิ.

สังขารที่ยั่งยืน ไม่มี.

ขุ. ธ. ๒๕/๔๙.

๑๘๙. อนิจฺจา วต สงฺขารา.

สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงหนอ.

ที. มหา. ๑๐/๑๘๑. สํ. ส. ๑๕/๘. สํ.นิ. ๑๖/๒๒๘.

๑๙๐. ทุลฺลภา ขณสมฺปตฺติ.

ความถึงพร้อมแห่งขณะ หาได้ยาก.

ส. ม.

๑๙๑. ทุลฺลภํ ทสฺสนํ โหติ สมฺพทฺธานํ อภิณฺหโส.

การเห็นพระพุทธเจ้าเนือง ๆ เป็นการหาได้ยาก.

ม. ม. ๑๓/๕๕๔. ขุ. สุ. ๒๕/๔๔๔.

๑๙๒. ขโณ โว มา อุปจฺจคา.

ขณะอย่าล่วงท่านทั้งหลายไปเสีย.

องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๒๓๑. ขุ. ธ. ๒๕/๕๗. ขุ. สุ. ๒๕/๓๘๙.

๑๙๓. อติปตติ วโย ขโณ ตเถว.

วัยย่อมผ่านพ้นไปเหมือนขณะทีเดียว.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๑๒.

๑๙๔. กาโล ฆสติ ภูตานิ สพฺพาเนว สหตฺตนา.

กาลเวลา ย่อมกินสรรพสัตว์พร้อมทั้งตัวมันเอง.

ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๙๕.

๑๙๕. อิติ วิสฺสฏฺฐกมฺมนฺเต อตฺถา อจฺเจนฺติ มาณเว.

ประโยชน์ย่อมลว่ งเลยคนหนุ่มผู้ทอดทิ้งการงาน.

ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๙.

๑๙๖. นกฺขตฺตํ ปฏิมาเนนฺตํ อตฺโถ พาลํ อุปจฺจคา.

ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนโง่ผู้มัวถือฤกษ์อยู่.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑๖.

๑๙๗. อตฺโถ อตฺถสสฺ นกฺขตฺตํ กึ กริสฺสนฺติ ตารกา.

ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจักทําอะไรได้.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑๖.

๑๙๘. วโส อิสฺสริยํ โลเก.

อํานาจเป็นใหญ่ในโลก.

สํ. ส. ๑๕/๖๐.

๑๙๙. สิริ โภคานมาสโย.

ศรีเป็น ที่อาศัยแห่งโภคทรัพย์.

สํ. ส. ๑๕/๖๑.

๒๐๐. กิจฺฉา วุตฺติ อสิปฺปสฺส.

ความเป็นไปของคนไร้ศิลปะ ย่อมฝืดเคือง.

ขุ. ชา. ทฺวาทส. ๒๗/๓๓๐.

๒๐๑. สาธุ โข สิปฺปกํ นาม อป ยาทิสกีทิสํ.

ขึ้นชื่อว่าศิลปะแม้เช่นใดเช่นหนึ่ง ก็ยังประโยชน์ให้สําเร็จได้.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๕.

๒๐๒. มตฺตญฺญุตา สทา สาธุ.

ความรู้จักประมาณ ยังประโยชน์ให้สําเร็จทุกเมื่อ.

ว. ว.

๒๐๓. หิริโอตฺตปฺปญฺเญว โลกํ ปาเลติ สาธุกํ.

หิริและโอตตัปปะ ย่อมรักษาโลกไว้เป็นอันดี.

ว. ว.

๒๐๔. โลโกปตฺถมฺภิกา เมตฺตา.

เมตตาเป็นเครื่องค้ําจุนโลก.

ว. ว.

๒๐๕. อรติ โลกนาสิกา.

ความริษยาเป็นเหตุทําโลกให้ฉิบหาย.

ว. ว.

๒๐๖. มหาปุริสภาวสฺส ลกฺขณํ กรุณาสโห.

อัชฌาสัยที่ทนไม่ได้เพราะกรุณา เป็นลักษณะของมหาบุรุษ.

ว. ว.

๒๐๗. นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา.

ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายแห่งคนดี.

นัย-ส. ส.

๒๐๘. สพฺพญฺเจ ปวึ ทชฺชา นากตญฺญุมภิราธเย.

ถึงให้แผ่นดินทั้งหมด ก็ยังคนอกตัญญูให้จงรักไม่ได้.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๓.

๒๐๙. หนฺนติ โภคา ทุมฺเมธํ.

โภคทรัพย์ ย่อมฆ่าคนมีปัญญาทราม.

ขุ. ธ. ๒๕/๖๓.

๒๑๐. สกฺกาโร กาปุริสํ หนฺติ.

สักการะ ย่อมฆ่าคนชั่วเสีย.

วิ. จุล. ๗/๑๗๒. สํ. ส. ๑๕/๒๒๖. สํ. นิ. ๑๖/๒๘๔.

๒๑๑. กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ.

ความได้เป็นมนุษย์ เป็นการยาก.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.

๒๑๒. กิจฺฉํ มจฺจาน ชีวิตํ.

ความเป็นอยู่ของสัตว์ เป็นการยาก.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.

๒๑๓. กิจฺฉํ สทฺธมฺมสฺสวนํ.

การฟังธรรมของสัตบุรุษ เป็นการยาก.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.

๒๑๔. กิจฺโฉ พุทฺธานมุปฺปาโท.

ความเกิดแห่งท่านผู้รู้ เป็นการยาก.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.

๒๑๕. อสชฺฌายมลา มนฺตา.

มนต์มีการไม่ท่องบ่น เป็นมลทิน.

องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๙๘. ขุ. ธ. ๒๕/๔๗.

๒๑๖. อนุฏฺฐานมลา ฆรา.

เหย้าเรือนมีความไม่หมั่นเป็นมลทิน.

องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๙๘. ขุ. ธ. ๒๕/๔๗.

๒๑๗. มลํ วณฺณสฺส โกสชฺชํ.

ความเกียจคร้านเป็นมลทินแห่งผิวพรรณ.

องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๙๘. ขุ. ธ. ๒๕/๔๗.

๒๑๘. มลิตฺถิยา ทุจฺจริตํ.

ความประพฤติชั่วเป็นมลทินของหญิง.

องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๙๘. ขุ. ธ. ๒๕/๔๗.

๒๑๙. สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ.

ความบริสุทธิ์และความไม่บริสุทธิ์ มีเฉพาะตัว.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๗. ขุ. มหา. ๒๙/๓๗. ขุ. จู. ๓๐/๑๑๖.

๒๒๐. นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย.

ผู้อื่นพึงให้ผู้อื่นบริสุทธิ์ไม่ได้.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๗. ขุ. มหา. ๒๙/๓๗. ขุ. จู. ๓๐/๑๑๖.

๒๒๑. สุทฺธสฺส สุจิกมฺมสฺส สทา สมฺปชฺชเต วตํ.

พรตของผู้บริสุทธิ์มีการงานสะอาด ย่อมถึงพร้อมทุกเมื่อ.

ม. ม. ๑๒/๗๐.

๒๒๒. สุทฺสฺสํ วชฺชมญฺเญสํ อตฺตาโน ปน ทุทฺทสํ.

ความผิดของผู้อื่นเห็นง่าย ฝ่ายของตนเห็นยาก.

ขุ. ธ. ๒๕/๔๘.

๒๒๓. นตฺถิ โลเก รโห นาม ปาปกมฺมํ ปกุพฺพโต.

ชื่อว่าที่ลับของผู้ทําบาปกรรม ไม่มีในโลก.

องฺ. ติก. ๒๐/๑๘๙. ขุ. ชา. จตุตกฺก. ๒๗/๑๓๑.

๒๒๔. เนสา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต.

สัตบุรุษไม่มีในชุมนุมใด ชุมนุมนั้นไม่ชื่อว่าสภา.

สํ. ส. ๑๕/๒๗๐. ขุ. ชา. อสีติ. ๒๘/๑๕๑.

๒๒๕. นตฺเถตํ โลกสฺมึ ยํ อุปาทิยมานํ อนวชฺชํ อสฺส.

สิ่งใดเข้าไปยึดถืออยู่ จะพึงหาโทษมิได้ สิ่งนั้นไม่มีในโลก.

ร. ร. ๔.

๒๒๖. โภคา สนฺนิจยํ ยนฺติ วมฺมิโกวูปจียติ.

โภคทรัพย์ของผู้ครองเรือนดี ย่อมถึงความพอกพูน เหมือนจอมปลวกกําลังก่อขึ้น.

ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๒.

๒๒๗. อลํ พาลสฺส โมหาย, โน จ ปารคเวสิโน.

รูปโฉมพอลวงคนโง่ให้หลงได้ แต่ลวงคนแสวงหาพระนิพพานไม่ได้เลย.

ม. ม. ๑๓/๔๐๑. ขุ. เถร. ๒๖/๓๗๗.

๒๒๘. รูปํ ชีรติ มจฺจานํ นามโคตฺตํ น ชีรติ.

ร่างกายของสัตว์ย่อยยับได้ แต่ชื่อและสกุลไม่ย่อยยับ.

สํ. ส. ๑๕/๕๙.

๒๒๙. ถีนํ ภาโว ทุราชาโน.

ภาวะของหญิงรู้ได้ยาก.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๑.

๒๓๐. อุกฺกฏ สูรมิจฺฉนฺติ.

ในเวลาคับขัน ย่อมต้องการคนกล้า.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๐.

๒๓๑. มนฺตีสุ อกุตูหลํ.

ในบรรดาที่ปรึกษา ย่อมต้องการคนไม่พูดพล่าม.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๐.

๒๓๒. ปญฺจ อนฺนปานมฺหิ.

ในเวลามีข้าวน้ํา ย่อมต้องการคนที่รัก.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๐.

๒๓๓. อตฺเถ ชาเต จ ปณฺฑิตํ.

ในเมื่อเรื่องราวเกิดขึ้น ย่อมต้องการบัณฑิต.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๐.

๒๓๔. อาปทาสุ ถาโม เวทิตพฺโพ.

กําลังใจพึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย.

นัย-ขุ. อุ. ๒๕/๑๗๘.

๒๓๕. ยโส ลทฺธา น มชฺเชยฺย.

ได้ยศแล้ว ไม่ควรเมา.

ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๔๕.

๒๓๖. จาคมนุพฺรูเหยฺย.

พึงเพิ่มพูลความสละ.

ม. อุป. ๑๔/๔๓๖.

๒๓๗. สนฺติเมว สิกฺเขยฺย.

พึงศึกษาความสงบนั่นแล.

นัย-ม. อุป. ๑๔/๔๓๖.

๒๓๘. โลกามิสํ ปชเห สนฺติเปกฺโข.

ผู้เพ่งสันติ พึงละอามิสในโลกเสีย.

สํ. ส. ๑๕/๓, ๗๗, ๙๐.

๒๓๙. ตํ คณฺเหยฺย ยทปณฺณกํ.

สิ่งใดไม่ผิด พึงถือเอาสิ่งนั้น.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑.

๒๔๐. สมฺมุขา ยาทิสํ จิณฺณํ ปรมฺมุขาป ตาทิสํ.

ต่อหน้าประพฤติเช่นใด ถึงลับหลังก็ให้ประพฤติเช่นนั้น.

ส. ส.

๒๔๑. อปฺปโต โน จ อุลฺลเป.

เมื่อยังไม่ถึง ไม่ควรพูดอวด.

ส. ส.

๒๔๒. สนาถา วิหรถ มา อนาถา.

ท่านทั้งหลายจงมีที่พึ่งอยู่เถิด อย่าไม่มีที่พึ่งอยู่เลย.

นัย. องฺ. ทสกฺ ๒๔/๒๕.

๒๔๓. นาญฺญํ นิสฺสาย ชีเวยฺย.

ไม่ควรอาศัยผู้อื่นเป็นอยู่.

ขุ. อุ. ๒๕/๑๗๙.

๒๔๔. อาโรคฺยมิจฺเฉ ปรมญฺจ ลาภํ.

พึงปรารถนาความไม่มีโรคซึ่งเป็นลาภอย่างยิ่ง.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๗.

๒๔๕. อตีตํ นานฺวาคเมยฺย.

ไม่ควรคํานึงถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว.

ม. อุป. ๑๔/๓๔๘.

๒๔๖. นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ.

ไม่ควรหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง.

ม. อุป. ๑๔/๓๔๘.

 



Last Updated on Saturday, 14 January 2012 12:03
 
joomla template