logotype
คาถาธรรมบท_ยมกวรรคที่ ๑

. มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา, มโนเสฏฺฐา มโนมยา,
มนสา เจ ปทุฏฺเฐน, ภาสติ วา กโรติ วา,
ตโต นํ ทุกฺขมเนฺวติ, จกฺกํว วหโต ปทํ. (:)

ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า

มีใจประเสริฐที่สุด สำเร็จแล้วแต่ใจ

ถ้าบุคคลมีใจอันโทษประทุษร้ายแล้ว

กล่าวอยู่ก็ตาม ทำอยู่ก็ตาม

ทุกข์ย่อมไปตามบุคคลนั้น เพราะทุจริต๓ อย่างนั้น

เหมือนล้อหมุนไปตามรอยเท้าโค ตัวลากเกวียนไปอยู่ ฉะนั้น.

.

มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา, มโนเสฏฺฐา มโนมยา,
มนสา เจ ปสนฺเนน, ภาสติ วา กโรติ วา,
ตโต นํ สุขมเนฺวติ, ฉายาว อนุปายินี. (:)

ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า

มีใจประเสริฐที่สุด สำเร็จแล้วแต่ใจ

ถ้าบุคคลมีใจผ่องใส กล่าวอยู่ก็ตามทำอยู่ก็ตาม

สุขย่อมไปตามบุคคลนั้น เพราะสุจริต ๓ อย่าง

เหมือนเงามีปรกติไปตาม ฉะนั้น.

.

อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ, อชินิ มํ อหาสิ เม,
เย จ ตํ อุปนยฺหนฺติ, เวรํ เตสํ น สมฺมติ. (:)

ก็ชนเหล่าใดเข้าไปผูกเวรไว้ว่า

คนโน้นด่าเรา คนโน้นได้ตีเรา

คนโน้นได้ชนะเรา คนโน้นได้ลักสิ่งของๆ เรา ดังนี้

เวรของชนเหล่านั้นย่อมไม่ระงับ.

.

อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ, อชินิ มํ อหาสิ เม,
เย จ ตํ นูปนยฺหนฺติ, เวรํ เตสูปสมฺมติ. (:)

ส่วนชนเหล่าใดไม่เข้าไปผูกเวรไว้ว่า

คนโน้นด่าเรา คนโน้นได้ตีเรา

คนโน้นได้ชนะเรา คนโน้นได้ลักสิ่งของๆ เรา ดังนี้

เวรของชนเหล่านั้นย่อมระงับ.

.

น หิ เวเรน เวรานิ, สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ,
อเวเรน จ สมฺมนฺติ, เอส ธมฺโม สนนฺตโน. (:)

 

ในกาลไหนๆ เวรในโลกนี้

ย่อมไม่ระงับเพราะเวรเลย

แต่ย่อมระงับเพราะความไม่จองเวร

ธรรมนี้เป็นของเก่า.

.

ปเร จ น วิชานนฺติ, มยเมตฺถ ยมามฺหเส,
เย จ ตตฺถ วิชานนฺติ, ตโต สมฺมนฺติ เมธคา. (:)

ก็ชนเหล่าอื่นไม่รู้สึกว่า

พวกเราย่อมยุบยับในท่ามกลางสงฆ์นี้

ส่วนชนเหล่าใด ในท่ามกลางสงฆ์นั้น ย่อมรู้สึก

ความหมายมั่นย่อมระงับจากชนเหล่านั้น.

.

สุภานุปสฺสึ วิหรนฺตํ, อินฺทฺริเยสุ อสํวุตํ,
โภชนมฺหิ จามตฺตญฺญุํ,, กุสีตํ หีนวีริยํ,
ตํ เว ปสหติ มาโร, วาโต รุกฺขํว ทุพฺพลํ. (:)

มารย่อมรังควาญบุคคลผู้มีปรกติเห็นอารมณ์ว่างาม

ผู้ไม่สำรวมแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย

ไม่รู้ประมาณในโภชนะ

เกียจคร้าน มีความเพียรเลว

เหมือนลมระรานต้นไม้ที่ทุรพล ฉะนั้น.

. อสุภานุปสฺสึ วิหรนฺตํ, อินฺทฺริเยสุ สุสํวุตํ,
โภชนมฺหิ จ มตฺตญฺญุํ, สทฺธํ อารทฺธวีริยํ,
ตํ เว นปฺปสหติ มาโร, วาโต เสลํว ปพฺพตํ. (:)

มารย่อมรังควาญไม่ได้ซึ่งบุคคลผู้มี

ปรกติเห็นอารมณ์ว่าไม่งามอยู่

สำรวมดีแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย

รู้ประมาณในโภชนะ

มีศรัทธา ปรารภความเพียร

เหมือนลมระรานภูเขาหินไม่ได้ ฉะนั้น.

.

อนิกฺกสาโว กาสาวํ, โย วตฺถํ ปริทเหสฺสติ
อเปโต ทมสจฺเจน, น โส กาสาวมรหติ. (:)

ผู้ใดยังไม่หมดกิเลสดุจน้ำฝาด

ปราศจากทมะและสัจจะจักนุ่งห่มผ้า

กาสายะผู้นั้นไม่ควรเพื่อจะนุ่งห่มผ้ากาสายะ.

๑๐.

โย จ วนฺตกสาวสฺส, สีเลสุ สุสมาหิโต,
อุเปโต ทมสจฺเจน, ส เว กาสาวมรหติ. (:๑๐)

ส่วนผู้ใดมีกิเลสดุจน้ำฝาดอันคายแล้ว

ตั้งมั่นแล้วในศีลประกอบด้วยทมะและสัจจะ

ผู้นั้นแลย่อมควรเพื่อจะนุ่งห่มผ้ากาสาวะ.

๑๑.

อสาเร สารมติโน, สาเร จาสารทสฺสิโน,
เต สารํ นาธิคจฺฉนฺติ, มิจฺฉาสงฺกปฺปโคจรา. (:๑๑)

ชนเหล่าใดมีความรู้ในธรรมอันหาสาระมิได้ว่าเป็นสาระ

และมีปกติเห็นในธรรมอันเป็นสาระ ว่าไม่เป็นสาระ

ชนเหล่านั้นมีความดำริผิดเป็นโคจร

ย่อมไม่บรรลุธรรมอันเป็นสาระ.

๑๒.

สารญฺจ สารโต ญตฺวา, อสารญฺจ อสารโต,
เต สารํ อธิคจฺฉนฺติ, สมฺมาสงฺกปฺปโคจรา. (:๑๒)

ชนเหล่าใดรู้ธรรมอันเป็นสาระ โดยความเป็นสาระ

และรู้ธรรมอันหาสาระมิได้ โดยความเป็นธรรมอันหาสาระมิได้

ชนเหล่านั้นมีความดำริชอบเป็นโคจร

ย่อมบรรลุธรรมอันเป็นสาระ.

๑๓.

ยถา อคารํ ทุจฺฉนฺนํ, วุฏฺฐี สมติวิชฺฌติ,
เอวํ อภาวิตํ จิตฺตํ, ราโค สมติวิชฺฌติ. (:๑๓)

ฝนย่อมรั่วรดเรือนที่บุคคลมุงไม่ดี ฉันใด

ราคะย่อมรั่วรดจิตที่บุคคลไม่อบรมแล้ว ฉันนั้น.

๑๔.

ยถา อคารํ สุจฺฉนฺนํ, วุฏฺฐี น สมติวิชฺฌติ,
เอวํ สุภาวิตํ จิตฺตํ, ราโค น สมติวิชฺฌติ. (:๑๔)

ฝนย่อมไม่รั่วรดเรือนที่บุคคลมุงดี ฉันใด

ราคะย่อมไม่รั่วรดจิตที่บุคคลอบรมดีแล้วฉันนั้น.

๑๕.

อิธ โสจติ เปจฺจ โสจติ,

ปาปการี อุภยตฺถ โสจติ,
โส โสจติ โส วิหญฺญติ,

ทิสฺวา กมฺมกิลิฏฺฐมตฺตโน. (:๑๕)

บุคคลผู้ทำบาปย่อมเศร้าโศกในโลกนี้

ย่อมเศร้าโศกในโลกหน้า

ย่อมเศร้าโศกในโลกทั้งสอง

บุคคลผู้ทำบาปนั้นย่อมเศร้าโศก

บุคคลผู้ทำบาปนั้นเห็นกรรมที่เศร้าหมอง

ของตนแล้ว ย่อมเดือดร้อน.

๑๖.

อิธ โมทติ เปจฺจ โมทติ,

กตปุญฺโญ อุภยตฺถ โมทติ,
โส โมทติ โส ปโมทติ,

ทิสฺวา กมฺมวิสุทฺธิมตฺตโน. (:๑๖)

ผู้ทำบุญไว้แล้วย่อมบันเทิงในโลกนี้

ย่อมบันเทิงในโลกหน้า

ย่อมบันเทิงในโลกทั้งสอง

ผู้ทำบุญไว้แล้วนั้นย่อมบันเทิง

ผู้ทำบุญไว้แล้วนั้นเห็นความ

บริสุทธิ์แห่งกรรมของตนแล้ว

ย่อมบันเทิงอย่างยิ่ง.

๑๗.

อิธ ตปฺปติ เปจฺจ ตปฺปติ,

ปาปการี อุภยตฺถ ตปฺปติ,
ปาปํ เม กตนฺติ ตปฺปติ,

ภิยฺโย ตปฺปติ ทุคฺคตึ คโต. (:๑๗)

บุคคลผู้ทำบาปย่อมเดือดร้อนในโลกนี้

ย่อมเดือดร้อนในโลกหน้า

ย่อมเดือดร้อนในโลกทั้งสอง

บุคคลผู้ทำบาปนั้นย่อมเดือดร้อนว่า

บาปเราทำแล้ว บุคคลผู้ทำบาปนั้นไปสู่ทุคติแล้ว

ย่อมเดือดร้อนโดยยิ่ง.

๑๘.

อิธ นนฺทติ เปจฺจ นนฺทติ,

กตปุญฺโญ อุภยตฺถ นนฺทติ,
ปุญฺญํ เม กตนฺติ นนฺทติ,

ภิยฺโย นนฺทติ สุคตึ คโต. (:๑๘)

ผู้ทำบุญไว้แล้วย่อมเพลิดเพลินในโลกนี้

ย่อมเพลิดเพลินในโลกหน้า

ย่อมเพลิดเพลินในโลกทั้งสอง

ผู้ทำบุญไว้แล้วย่อมเพลิดเพลินว่า

บุญอันเราทำไว้แล้ว ผู้ทำบุญไว้แล้วนั้นไปสู่สุคติ

ย่อมเพลิดเพลินโดยยิ่ง.

๑๙.

พหุมฺปิ เจ สหิตภาสมาโน,
น ตกฺกโร โหติ นโร ปมตฺโต,
โคโปว คาโว คณยํ ปเรสํ,
น ภาควา สามญฺญสฺส โหติ. (:๑๙)

หากว่านรชนกล่าวคำอันมีประโยชน์แม้มาก

แต่เป็นผู้ไม่ทำกรรมอันการกบุคคลพึงกระทำ

เป็นผู้ประมาทแล้วไซร้ นรชนนั้นย่อมไม่เป็น

ผู้มีส่วนแห่งคุณเครื่องความเป็นสมณะ ประดุจ

นายโคบาลนับโคของชนเหล่าอื่น

ย่อมไม่มีส่วนแห่งปัญจโครส ฉะนั้น.

๒๐.

อปฺปมฺปิ เจ สหิตํ ภาสมาโน,
ธมฺมสฺส โหติ อนุธมฺมจารี,
ราคญฺจ โทสญฺจ ปหาย โมหํ,
สมฺมปฺปชาโน สุวิมุตฺตจิตฺโต,
อนุปาทิยาโน อิธ วา หุรํ วา,
ส ภาควา สามญฺญสฺส โหติ. (:๒๐)


ยมกวคฺโค ปฐโม.

หากว่านรชนกล่าวคำอันมีประโยชน์แม้น้อย

ย่อมประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม ละราคะ โทสะ

และโมหะแล้ว รู้ทั่วโดยชอบ มีจิตหลุดพ้นด้วยดีแล้ว

ไม่ถือมั่นในโลกนี้หรือในโลกหน้า นรชนนั้นย่อมเป็น

ผู้มีส่วนแห่งคุณเครื่องความเป็นสมณะ.

จบยมกวรรคที่ ๑

 

image1 image2 image3
Home Dhamma&Pali พุทธสาสนสุภาษิต เล่ม ๑ (ฉบับสมบูรณ์) - ปกิณณกวรรค

Main Menu

พุทธสาสนสุภาษิต เล่ม ๑ (ฉบับสมบูรณ์) - ปกิณณกวรรค Print E-mail
Article Index
พุทธสาสนสุภาษิต เล่ม ๑ (ฉบับสมบูรณ์)
อัปปมาทวรรค กัมมวรรค กิเสสวรรค
โกธวรรค ขันติวรรค
จิตตวรรค ชยวรรค ทานวรร
ทุกขวรรค ธัมมวรรค
ปกิณณกวรรค
ปัญญาวรรค ปมาทวรรค ปาปวรรค
ปุคคลวรรค
ปุญญวรรค มัจจุวรรค มิตตวรรค
ยาจนวรรค ราชวรรค
วาจาวรรค วิริยวรรค เวรวรรค
สัจจวรรค สติวรรค สัทธาวรรค สันตุฏฐิวรรค
สมณวรรค สามัคคีวรรค สีลวรรค
สุขวรรค เสวนาวรรค
All Pages
 

 

 

๑๒. ปกิณณกวรรค คือ หมวดเบ็ดเตล็ด

 

๑๘๒. อฏฺฐงฺคิโก จ มคฺคานํ เขมํ อมตคามินํ.

บรรดาทางทั้งหลาย ทางมีองค์ ๘ เป็นทางเกษมให้ถึงอมตธรรม.

ม. ม. ๑๓/๒๘๑.

๑๘๓. วิสุทฺธิ สพฺพเกลฺเสหิ โหติ ทุกฺเขหิ นิพฺพุติ.

ความหมดจดจากกิเลสทั้งปวง เป็นความดับจากทุกข์ทั้งหลาย.

ร. ร. ๔.

๑๘๔. ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมํ.

สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา.

สํ. มหา. ๑๙/๕๓๑.

๑๘๕. ยถาปจฺจยํ ปวตฺตนฺติ.

สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งขึ้น ย่อมเป็นไปตามปัจจัย.

ร. ร. ๔.

๑๘๖. อาโรคฺยปรมา ลาภา.

ความไม่มีโรค เป็นลาภอย่างยิ่ง.

ม. ม. ๑๓/๒๘๑. ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.

๑๘๗. ชิฆจฺฉา ปรมา โรคา.

ความหิว เป็นโรคอย่างยิ่ง.

ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.

๑๘๘. สงฺขารา สสฺสตา นตฺถิ.

สังขารที่ยั่งยืน ไม่มี.

ขุ. ธ. ๒๕/๔๙.

๑๘๙. อนิจฺจา วต สงฺขารา.

สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงหนอ.

ที. มหา. ๑๐/๑๘๑. สํ. ส. ๑๕/๘. สํ.นิ. ๑๖/๒๒๘.

๑๙๐. ทุลฺลภา ขณสมฺปตฺติ.

ความถึงพร้อมแห่งขณะ หาได้ยาก.

ส. ม.

๑๙๑. ทุลฺลภํ ทสฺสนํ โหติ สมฺพทฺธานํ อภิณฺหโส.

การเห็นพระพุทธเจ้าเนือง ๆ เป็นการหาได้ยาก.

ม. ม. ๑๓/๕๕๔. ขุ. สุ. ๒๕/๔๔๔.

๑๙๒. ขโณ โว มา อุปจฺจคา.

ขณะอย่าล่วงท่านทั้งหลายไปเสีย.

องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๒๓๑. ขุ. ธ. ๒๕/๕๗. ขุ. สุ. ๒๕/๓๘๙.

๑๙๓. อติปตติ วโย ขโณ ตเถว.

วัยย่อมผ่านพ้นไปเหมือนขณะทีเดียว.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๑๒.

๑๙๔. กาโล ฆสติ ภูตานิ สพฺพาเนว สหตฺตนา.

กาลเวลา ย่อมกินสรรพสัตว์พร้อมทั้งตัวมันเอง.

ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๙๕.

๑๙๕. อิติ วิสฺสฏฺฐกมฺมนฺเต อตฺถา อจฺเจนฺติ มาณเว.

ประโยชน์ย่อมลว่ งเลยคนหนุ่มผู้ทอดทิ้งการงาน.

ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๙.

๑๙๖. นกฺขตฺตํ ปฏิมาเนนฺตํ อตฺโถ พาลํ อุปจฺจคา.

ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนโง่ผู้มัวถือฤกษ์อยู่.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑๖.

๑๙๗. อตฺโถ อตฺถสสฺ นกฺขตฺตํ กึ กริสฺสนฺติ ตารกา.

ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจักทําอะไรได้.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑๖.

๑๙๘. วโส อิสฺสริยํ โลเก.

อํานาจเป็นใหญ่ในโลก.

สํ. ส. ๑๕/๖๐.

๑๙๙. สิริ โภคานมาสโย.

ศรีเป็น ที่อาศัยแห่งโภคทรัพย์.

สํ. ส. ๑๕/๖๑.

๒๐๐. กิจฺฉา วุตฺติ อสิปฺปสฺส.

ความเป็นไปของคนไร้ศิลปะ ย่อมฝืดเคือง.

ขุ. ชา. ทฺวาทส. ๒๗/๓๓๐.

๒๐๑. สาธุ โข สิปฺปกํ นาม อป ยาทิสกีทิสํ.

ขึ้นชื่อว่าศิลปะแม้เช่นใดเช่นหนึ่ง ก็ยังประโยชน์ให้สําเร็จได้.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๕.

๒๐๒. มตฺตญฺญุตา สทา สาธุ.

ความรู้จักประมาณ ยังประโยชน์ให้สําเร็จทุกเมื่อ.

ว. ว.

๒๐๓. หิริโอตฺตปฺปญฺเญว โลกํ ปาเลติ สาธุกํ.

หิริและโอตตัปปะ ย่อมรักษาโลกไว้เป็นอันดี.

ว. ว.

๒๐๔. โลโกปตฺถมฺภิกา เมตฺตา.

เมตตาเป็นเครื่องค้ําจุนโลก.

ว. ว.

๒๐๕. อรติ โลกนาสิกา.

ความริษยาเป็นเหตุทําโลกให้ฉิบหาย.

ว. ว.

๒๐๖. มหาปุริสภาวสฺส ลกฺขณํ กรุณาสโห.

อัชฌาสัยที่ทนไม่ได้เพราะกรุณา เป็นลักษณะของมหาบุรุษ.

ว. ว.

๒๐๗. นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา.

ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายแห่งคนดี.

นัย-ส. ส.

๒๐๘. สพฺพญฺเจ ปวึ ทชฺชา นากตญฺญุมภิราธเย.

ถึงให้แผ่นดินทั้งหมด ก็ยังคนอกตัญญูให้จงรักไม่ได้.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๓.

๒๐๙. หนฺนติ โภคา ทุมฺเมธํ.

โภคทรัพย์ ย่อมฆ่าคนมีปัญญาทราม.

ขุ. ธ. ๒๕/๖๓.

๒๑๐. สกฺกาโร กาปุริสํ หนฺติ.

สักการะ ย่อมฆ่าคนชั่วเสีย.

วิ. จุล. ๗/๑๗๒. สํ. ส. ๑๕/๒๒๖. สํ. นิ. ๑๖/๒๘๔.

๒๑๑. กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ.

ความได้เป็นมนุษย์ เป็นการยาก.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.

๒๑๒. กิจฺฉํ มจฺจาน ชีวิตํ.

ความเป็นอยู่ของสัตว์ เป็นการยาก.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.

๒๑๓. กิจฺฉํ สทฺธมฺมสฺสวนํ.

การฟังธรรมของสัตบุรุษ เป็นการยาก.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.

๒๑๔. กิจฺโฉ พุทฺธานมุปฺปาโท.

ความเกิดแห่งท่านผู้รู้ เป็นการยาก.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.

๒๑๕. อสชฺฌายมลา มนฺตา.

มนต์มีการไม่ท่องบ่น เป็นมลทิน.

องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๙๘. ขุ. ธ. ๒๕/๔๗.

๒๑๖. อนุฏฺฐานมลา ฆรา.

เหย้าเรือนมีความไม่หมั่นเป็นมลทิน.

องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๙๘. ขุ. ธ. ๒๕/๔๗.

๒๑๗. มลํ วณฺณสฺส โกสชฺชํ.

ความเกียจคร้านเป็นมลทินแห่งผิวพรรณ.

องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๙๘. ขุ. ธ. ๒๕/๔๗.

๒๑๘. มลิตฺถิยา ทุจฺจริตํ.

ความประพฤติชั่วเป็นมลทินของหญิง.

องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๙๘. ขุ. ธ. ๒๕/๔๗.

๒๑๙. สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ.

ความบริสุทธิ์และความไม่บริสุทธิ์ มีเฉพาะตัว.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๗. ขุ. มหา. ๒๙/๓๗. ขุ. จู. ๓๐/๑๑๖.

๒๒๐. นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย.

ผู้อื่นพึงให้ผู้อื่นบริสุทธิ์ไม่ได้.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๗. ขุ. มหา. ๒๙/๓๗. ขุ. จู. ๓๐/๑๑๖.

๒๒๑. สุทฺธสฺส สุจิกมฺมสฺส สทา สมฺปชฺชเต วตํ.

พรตของผู้บริสุทธิ์มีการงานสะอาด ย่อมถึงพร้อมทุกเมื่อ.

ม. ม. ๑๒/๗๐.

๒๒๒. สุทฺสฺสํ วชฺชมญฺเญสํ อตฺตาโน ปน ทุทฺทสํ.

ความผิดของผู้อื่นเห็นง่าย ฝ่ายของตนเห็นยาก.

ขุ. ธ. ๒๕/๔๘.

๒๒๓. นตฺถิ โลเก รโห นาม ปาปกมฺมํ ปกุพฺพโต.

ชื่อว่าที่ลับของผู้ทําบาปกรรม ไม่มีในโลก.

องฺ. ติก. ๒๐/๑๘๙. ขุ. ชา. จตุตกฺก. ๒๗/๑๓๑.

๒๒๔. เนสา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต.

สัตบุรุษไม่มีในชุมนุมใด ชุมนุมนั้นไม่ชื่อว่าสภา.

สํ. ส. ๑๕/๒๗๐. ขุ. ชา. อสีติ. ๒๘/๑๕๑.

๒๒๕. นตฺเถตํ โลกสฺมึ ยํ อุปาทิยมานํ อนวชฺชํ อสฺส.

สิ่งใดเข้าไปยึดถืออยู่ จะพึงหาโทษมิได้ สิ่งนั้นไม่มีในโลก.

ร. ร. ๔.

๒๒๖. โภคา สนฺนิจยํ ยนฺติ วมฺมิโกวูปจียติ.

โภคทรัพย์ของผู้ครองเรือนดี ย่อมถึงความพอกพูน เหมือนจอมปลวกกําลังก่อขึ้น.

ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๒.

๒๒๗. อลํ พาลสฺส โมหาย, โน จ ปารคเวสิโน.

รูปโฉมพอลวงคนโง่ให้หลงได้ แต่ลวงคนแสวงหาพระนิพพานไม่ได้เลย.

ม. ม. ๑๓/๔๐๑. ขุ. เถร. ๒๖/๓๗๗.

๒๒๘. รูปํ ชีรติ มจฺจานํ นามโคตฺตํ น ชีรติ.

ร่างกายของสัตว์ย่อยยับได้ แต่ชื่อและสกุลไม่ย่อยยับ.

สํ. ส. ๑๕/๕๙.

๒๒๙. ถีนํ ภาโว ทุราชาโน.

ภาวะของหญิงรู้ได้ยาก.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๑.

๒๓๐. อุกฺกฏ สูรมิจฺฉนฺติ.

ในเวลาคับขัน ย่อมต้องการคนกล้า.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๐.

๒๓๑. มนฺตีสุ อกุตูหลํ.

ในบรรดาที่ปรึกษา ย่อมต้องการคนไม่พูดพล่าม.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๐.

๒๓๒. ปญฺจ อนฺนปานมฺหิ.

ในเวลามีข้าวน้ํา ย่อมต้องการคนที่รัก.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๐.

๒๓๓. อตฺเถ ชาเต จ ปณฺฑิตํ.

ในเมื่อเรื่องราวเกิดขึ้น ย่อมต้องการบัณฑิต.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๐.

๒๓๔. อาปทาสุ ถาโม เวทิตพฺโพ.

กําลังใจพึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย.

นัย-ขุ. อุ. ๒๕/๑๗๘.

๒๓๕. ยโส ลทฺธา น มชฺเชยฺย.

ได้ยศแล้ว ไม่ควรเมา.

ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๔๕.

๒๓๖. จาคมนุพฺรูเหยฺย.

พึงเพิ่มพูลความสละ.

ม. อุป. ๑๔/๔๓๖.

๒๓๗. สนฺติเมว สิกฺเขยฺย.

พึงศึกษาความสงบนั่นแล.

นัย-ม. อุป. ๑๔/๔๓๖.

๒๓๘. โลกามิสํ ปชเห สนฺติเปกฺโข.

ผู้เพ่งสันติ พึงละอามิสในโลกเสีย.

สํ. ส. ๑๕/๓, ๗๗, ๙๐.

๒๓๙. ตํ คณฺเหยฺย ยทปณฺณกํ.

สิ่งใดไม่ผิด พึงถือเอาสิ่งนั้น.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑.

๒๔๐. สมฺมุขา ยาทิสํ จิณฺณํ ปรมฺมุขาป ตาทิสํ.

ต่อหน้าประพฤติเช่นใด ถึงลับหลังก็ให้ประพฤติเช่นนั้น.

ส. ส.

๒๔๑. อปฺปโต โน จ อุลฺลเป.

เมื่อยังไม่ถึง ไม่ควรพูดอวด.

ส. ส.

๒๔๒. สนาถา วิหรถ มา อนาถา.

ท่านทั้งหลายจงมีที่พึ่งอยู่เถิด อย่าไม่มีที่พึ่งอยู่เลย.

นัย. องฺ. ทสกฺ ๒๔/๒๕.

๒๔๓. นาญฺญํ นิสฺสาย ชีเวยฺย.

ไม่ควรอาศัยผู้อื่นเป็นอยู่.

ขุ. อุ. ๒๕/๑๗๙.

๒๔๔. อาโรคฺยมิจฺเฉ ปรมญฺจ ลาภํ.

พึงปรารถนาความไม่มีโรคซึ่งเป็นลาภอย่างยิ่ง.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๗.

๒๔๕. อตีตํ นานฺวาคเมยฺย.

ไม่ควรคํานึงถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว.

ม. อุป. ๑๔/๓๔๘.

๒๔๖. นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ.

ไม่ควรหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง.

ม. อุป. ๑๔/๓๔๘.

 



Last Updated on Saturday, 14 January 2012 12:03
 
joomla template