logotype
คาถาธรรมบท ภิกขุวรรคที่ ๒๕

๓๖๐. จกฺขุนา สํวโร สาธุ, สาธุ โสเตน สํวโร,
ฆาเนน สํวโร สาธุ, สาธุ ชิวฺหาย สํวโร. (๒๕:๑)


ความสำรวมด้วยจักษุเป็นความดี ความสำรวมด้วยหูเป็นความดี

ความสำรวมด้วยจมูกเป็นความดี ความสำรวมด้วยลิ้นเป็นความดี.

๓๖๑.

กาเยน สํวโร สาธุ, สาธุ วาจาย สํวโร,
มนสา สํวโร สาธุ, สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร,
สพฺพตฺถ สํวุโต ภิกฺขุ, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติ. (๒๕:๒)

ความสำรวมด้วยกายเป็นความดี

ความสำรวมด้วยวาจาเป็นความดี

ความสำรวมด้วยใจเป็นความดี

ความสำรวมในทวารทั้งปวงเป็นความดี

ภิกษุผู้สำรวมแล้วในทวารทั้งปวง

ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้.

๓๖๒.

หตฺถสญฺญโต ปาทสญฺญโต,

วาจาย สญฺญโต สญฺญตตฺตโม,
อชฺฌตฺตรโต สมาหิโต,

เอโก สนฺตุสิโต ตมาหุ ภิกฺขุ. (๒๕:๓)

ผู้ที่สำรวมมือสำรวมเท้า สำรวมวาจา

สำรวมตน ยินดีในอารมณ์ภายใน มีจิตตั้งมั่น

อยู่ผู้เดียว สันโดษ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวผู้นั้นว่าเป็นภิกษุ.

๓๖๓.

โย มุขสญฺญโต ภิกฺขุ, มนฺตภาณี อนุทฺธโต,
อตฺถํ ธมฺมญฺจ ทีเปติ, มธุรํ ตสฺส ภาสิตํ. (๒๕:๔)

ภิกษุใดสำรวมปาก มีปกติกล่าวด้วยปัญญา

มีจิตไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมแสดงอรรถและธรรม

ภาษิตของภิกษุนั้นไพเราะ.

๓๖๔.

ธมฺมาราโม ธมฺมรโต, ธมฺมํ อนุวิจินฺตยํ,
ธมฺมํ อนุสฺสรํ ภิกฺขุ, สทฺธมฺมา น ปริหายติ. (๒๕:๕)

ภิกษุผู้มีธรรมเป็นที่มายินดี ยินดีแล้วในธรรม

ค้นคว้าธรรม ระลึกถึงธรรม ย่อมไม่เสื่อมจากสัทธรรม.

๓๖๕.

สลาภํ นาติมญฺเญยฺย, นาญฺเญสํ ปิหยญฺจเร,
อญฺเญสํ ปิหยํ ภิกฺขุ, สมาธึ นาธิคจฺฉติ. (๒๕:๖)

ภิกษุไม่พึงดูหมิ่นลาภของตน

ไม่พึงเที่ยวปรารถนาลาภของผู้อื่น

เพราะภิกษุปรารถนาลาภของ

ผู้อื่นอยู่ ย่อมไม่บรรลุสมาธิ.

๓๖๖.

อปฺปลาโภปิ เจ ภิกฺขุ, สลาภํ นาติมญฺญติ,
ตํ เว เทวา ปสํสนฺติ, สุทฺธาชีวึ อตนฺทิตํ. (๒๕:๗)

ถ้าว่าภิกษุแม้มีลาภน้อย

ก็ย่อมไม่ดูหมิ่นลาภของตนไซร้

เทวดาทั้งหลายย่อมสรรเสริญภิกษุนั้น

ผู้มีอาชีพบริสุทธิ์ ไม่เกียจคร้าน.

๓๖๗.

สพฺพโส นามรูปสฺมึ, ยสฺส นตฺถิ มมายิตํ,
อสตา จ น โสจติ, ส เว ภิกฺขูติ วุจฺจติ. (๒๕:๘)

ผู้ใดไม่มีความยึดถือในนามรูปว่า

ของเราโดยประการทั้งปวง และย่อม

ไม่เศร้าโศกเพราะนามรูปไม่มีอยู่

ผู้นั้นแลเรากล่าวว่า เป็นภิกษุ.

๓๖๘.

เมตฺตาวิหารี โย ภิกฺขุ, ปสนฺโน พุทฺธสาสเน,
อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ, สงฺขารูปสมํ สุขํ. (๒๕:๙)

ภิกษุใดมีปกติอยู่ด้วยเมตตา

เลื่อมใสแล้วในพระพุทธศาสนา

ภิกษุนั้นพึงบรรลุสันตบทอันเป็น

ที่ระงับสังขารเป็นสุข.

๓๖๙.

สิญฺจ ภิกฺขุ อิมํ นาวํ, สิตฺตา เต ลหุเมสฺสติ,
เฉตฺวา ราคญฺจ โทสญฺจ, ตโต นิพฺพานเมหิสิ. (๒๕:๑๐)

ดูกรภิกษุ เธอจงวิดเรือนี้

เรือที่เธอวิดแล้วจักถึงเร็ว

เธอตัดราคะและโทสะแล้ว

จักถึงนิพพานในภายหลัง.

๓๗๐.

ปญฺจ ฉินฺเท ปญฺจ ชเห, ปญฺจ อุตฺตริ ภาวเย,
ปญฺจสงฺคาติโค ภิกฺขุ, โอฆติณฺโณติ วุจฺจติ. (๒๕:๑๑)

ภิกษุพึงตัดโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕

พึงละอุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕

พึงเจริญอินทรีย์ ๕ ให้ยิ่ง

ภิกษุล่วงธรรมเป็นเครื่องข้อง ๕ อย่าง

ได้แล้ว เรากล่าวว่า เป็นผู้ข้ามโอฆะได้.

๓๗๑.

ฌาย ภิกฺขุ มา จ ปมาโท,

มา เต กามคุเณ ภมสฺสุ จิตฺตํ,
มา โลหคุฬํ คิลี ปมตฺโต,

มา กนฺทิ ทุกฺขมิทนฺติ ฑยฺหมาโน. (๒๕:๑๒)

ดูกรภิกษุ เธอจงเพ่งและอย่าประมาท

จิตของเธอหมุนไปในกามคุณ

เธออย่าเป็นผู้ประมาทกลืนก้อนโลหะ

อย่าถูกไฟเผาคร่ำครวญว่านี้ทุกข์.

๓๗๒.

นตฺถิ ฌานํ อปญฺญสฺส, ปญฺญา นตฺถิ อฌายโต,
ยมฺหิ ฌานญฺจ ปญฺญา จ, ส เว นิพฺพานสนฺติเก. (๒๕:๑๓)

ฌานไม่มีแก่ผู้ไม่มีปัญญา

ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่มีฌาน

ฌานและปัญญามีอยู่ในผู้ใด

ผู้นั้นแลอยู่ในที่ใกล้นิพพาน.

๓๗๓.

สุญฺญาคารํ ปวิฏฺฐสฺส, สนฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน,
อมานุสี รตี โหติ, สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโต. (๒๕:๑๔)

ความยินดีอันมิใช่ของมนุษย์

ย่อมมีแก่ภิกษุผู้เข้าไปสู่เรือนว่าง

ผู้มีจิตสงบ ผู้เห็นแจ้งซึ่งธรรมโดยชอบ.

๓๗๔.

ยโต ยโต สมฺมสติ, ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ,
ลภตี ปีติปาโมชฺชํ, อมตํ ตํ วิชานตํ. (๒๕:๑๕)

ในกาลใดๆ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นความ

เกิดขึ้น และความเสื่อมไปแห่งขันธ์ทั้งหลาย

ในกาลนั้นๆภิกษุนั้นย่อมได้ปีติและปราโมทย์

ปีติและปราโมทย์นั้นเป็นอมตะของบัณฑิต

ทั้งหลายผู้รู้แจ้งอยู่.

๓๗๕.

ตตฺรายมาทิ ภวติ, อิธ ปญฺญสฺส ภิกฺขุโน,
อินฺทฺริยคุตฺติ สนฺตุฏฺฐี, ปาติโมกฺเข จ สํวโร. (๒๕:๑๖)

บรรดาธรรมเหล่านั้นธรรมนี้ คือ

ความคุ้มครองอินทรีย์ ความสันโดษ

และความสำรวมในปาฏิโมกข์ เป็นเบื้องต้น

ของภิกษุผู้มีปัญญาในธรรมวินัยนี้.

๓๗๖.

มิตฺเต ภชสฺสุ กลฺยาเณ, สุทฺธาชีเว อตนฺทิเต,
ปฏิสนฺถารวุตฺตฺยสฺส, อาจารกุสโล สิยา,
ตโต ปาโมชฺชพหุโล, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสติ. (๒๕:๑๗)

ท่านจงคบกัลยาณมิตร มีอาชีพหมดจด

ไม่เกียจคร้าน ภิกษุพึงเป็นผู้ประพฤติปฏิสันถาร

พึงเป็นผู้ฉลาดในอาจาระ เป็นผู้มากด้วยความปราโมทย์

เพราะความประพฤติในปฏิสันถาร และความเป็นผู้ฉลาด

ในอาจาระนั้นจักทำที่สุดแห่งทุกข์ได้.

๓๗๗.

วสฺสิกา วิย ปุปฺผานิ, มทฺทวานิ ปมุญฺจติ,
เอวํ ราคญฺจ โทสญฺจ, วิปฺปมุญฺเจถ ภิกฺขโว. (๒๕:๑๘)

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเปลื้อง

ราคะและโทสะเสีย เหมือนมะลิปล่อยดอก

ที่เหี่ยวแห้งแล้ว ฉะนั้น.

๓๗๘.

สนฺตกาโย สนฺตวาโจ, สนฺตมโน สุสมาหิโต,
วนฺตโลกามิโส ภิกฺขุ, อุปสนฺโตติ วุจฺจติ. (๒๕:๑๙)

ภิกษุผู้มีกายสงบ มีวาจาสงบ มีใจสงบ

มีใจตั้งมั่นดี มีอามิสในโลกอันคายแล้ว

เรากล่าวว่า เป็นผู้สงบระงับ.

๓๗๙.

อตฺตนา โจทยตฺตานํ, ปฏิมํเสตมตฺตนา,
โส อตฺตคุตฺโต สติมา, สุขํ ภิกฺขุ วิหาหิสิ. (๒๕:๒๐)

จงเตือนตนด้วยตนเอง

จงสงวนตนด้วยตนเอง

ดูกรภิกษุ เธอนั้นผู้มีตนอันคุ้ม

ครองแล้ว มีสติ จักอยู่เป็นสุข.

๓๘๐.

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ, อตฺตา หิ อตฺตโน คติ,
ตสฺมา สญฺญม อตฺตานํ, อสฺสํ ภทฺรํว วาณิโช. (๒๕:๒๑)

ตนแลเป็นที่พึ่งของตน

ตนแลเป็นคติของตน

เพราะเหตุนั้น ท่านจงสำรวมตน

เหมือนพ่อค้าระวังม้าดีไว้ ฉะนั้น.

๓๘๑.

ปาโมชฺชพหุโล ภิกฺขุ, ปสนฺโน พุทฺธสาสเน,
อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ, สงฺขารูปสมํ สุขํ. (๒๕:๒๒)

ภิกษุผู้มากด้วยความปราโมทย์

เลื่อมใสแล้วในพุทธศาสนา

พึงบรรลุสันตบทอันเป็นที่เข้า

ไปสงบแห่งสังขาร เป็นสุข.

๓๘๒.

โย หเว ทหโร ภิกฺขุ, ยุญฺชติ พุทฺธสาสเน,
โส อิมํ โลกํ ปภาเสติ, อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา.

ภิกฺขุวคฺโค ปญฺจวีสติโม นิฏฺฐิโต. (๒๕:๒๓)

ภิกษุใดแล ยังเป็นหนุ่ม

ย่อมเพียรพยายามในพุทธศาสนา

ภิกษุนั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่างไสว

เหมือนพระจันทร์พ้นแล้วจากเมฆ ฉะนั้น.

จบภิกขุวรรคที่ ๒๕

 

 

image1 image2 image3
Home Dhamma&Pali พุทธสาสนสุภาษิต เล่ม ๑ (ฉบับสมบูรณ์) - ปกิณณกวรรค

Main Menu

*อาสาฬหบูชา ๑ (พม.ประนอม ธมฺมาลงฺกาโร)

พุทธสาสนสุภาษิต เล่ม ๑ (ฉบับสมบูรณ์) - ปกิณณกวรรค Print E-mail
Article Index
พุทธสาสนสุภาษิต เล่ม ๑ (ฉบับสมบูรณ์)
อัปปมาทวรรค กัมมวรรค กิเสสวรรค
โกธวรรค ขันติวรรค
จิตตวรรค ชยวรรค ทานวรร
ทุกขวรรค ธัมมวรรค
ปกิณณกวรรค
ปัญญาวรรค ปมาทวรรค ปาปวรรค
ปุคคลวรรค
ปุญญวรรค มัจจุวรรค มิตตวรรค
ยาจนวรรค ราชวรรค
วาจาวรรค วิริยวรรค เวรวรรค
สัจจวรรค สติวรรค สัทธาวรรค สันตุฏฐิวรรค
สมณวรรค สามัคคีวรรค สีลวรรค
สุขวรรค เสวนาวรรค
All Pages
 

 

 

๑๒. ปกิณณกวรรค คือ หมวดเบ็ดเตล็ด

 

๑๘๒. อฏฺฐงฺคิโก จ มคฺคานํ เขมํ อมตคามินํ.

บรรดาทางทั้งหลาย ทางมีองค์ ๘ เป็นทางเกษมให้ถึงอมตธรรม.

ม. ม. ๑๓/๒๘๑.

๑๘๓. วิสุทฺธิ สพฺพเกลฺเสหิ โหติ ทุกฺเขหิ นิพฺพุติ.

ความหมดจดจากกิเลสทั้งปวง เป็นความดับจากทุกข์ทั้งหลาย.

ร. ร. ๔.

๑๘๔. ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมํ.

สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา.

สํ. มหา. ๑๙/๕๓๑.

๑๘๕. ยถาปจฺจยํ ปวตฺตนฺติ.

สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งขึ้น ย่อมเป็นไปตามปัจจัย.

ร. ร. ๔.

๑๘๖. อาโรคฺยปรมา ลาภา.

ความไม่มีโรค เป็นลาภอย่างยิ่ง.

ม. ม. ๑๓/๒๘๑. ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.

๑๘๗. ชิฆจฺฉา ปรมา โรคา.

ความหิว เป็นโรคอย่างยิ่ง.

ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.

๑๘๘. สงฺขารา สสฺสตา นตฺถิ.

สังขารที่ยั่งยืน ไม่มี.

ขุ. ธ. ๒๕/๔๙.

๑๘๙. อนิจฺจา วต สงฺขารา.

สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงหนอ.

ที. มหา. ๑๐/๑๘๑. สํ. ส. ๑๕/๘. สํ.นิ. ๑๖/๒๒๘.

๑๙๐. ทุลฺลภา ขณสมฺปตฺติ.

ความถึงพร้อมแห่งขณะ หาได้ยาก.

ส. ม.

๑๙๑. ทุลฺลภํ ทสฺสนํ โหติ สมฺพทฺธานํ อภิณฺหโส.

การเห็นพระพุทธเจ้าเนือง ๆ เป็นการหาได้ยาก.

ม. ม. ๑๓/๕๕๔. ขุ. สุ. ๒๕/๔๔๔.

๑๙๒. ขโณ โว มา อุปจฺจคา.

ขณะอย่าล่วงท่านทั้งหลายไปเสีย.

องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๒๓๑. ขุ. ธ. ๒๕/๕๗. ขุ. สุ. ๒๕/๓๘๙.

๑๙๓. อติปตติ วโย ขโณ ตเถว.

วัยย่อมผ่านพ้นไปเหมือนขณะทีเดียว.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๑๒.

๑๙๔. กาโล ฆสติ ภูตานิ สพฺพาเนว สหตฺตนา.

กาลเวลา ย่อมกินสรรพสัตว์พร้อมทั้งตัวมันเอง.

ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๙๕.

๑๙๕. อิติ วิสฺสฏฺฐกมฺมนฺเต อตฺถา อจฺเจนฺติ มาณเว.

ประโยชน์ย่อมลว่ งเลยคนหนุ่มผู้ทอดทิ้งการงาน.

ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๙.

๑๙๖. นกฺขตฺตํ ปฏิมาเนนฺตํ อตฺโถ พาลํ อุปจฺจคา.

ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนโง่ผู้มัวถือฤกษ์อยู่.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑๖.

๑๙๗. อตฺโถ อตฺถสสฺ นกฺขตฺตํ กึ กริสฺสนฺติ ตารกา.

ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจักทําอะไรได้.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑๖.

๑๙๘. วโส อิสฺสริยํ โลเก.

อํานาจเป็นใหญ่ในโลก.

สํ. ส. ๑๕/๖๐.

๑๙๙. สิริ โภคานมาสโย.

ศรีเป็น ที่อาศัยแห่งโภคทรัพย์.

สํ. ส. ๑๕/๖๑.

๒๐๐. กิจฺฉา วุตฺติ อสิปฺปสฺส.

ความเป็นไปของคนไร้ศิลปะ ย่อมฝืดเคือง.

ขุ. ชา. ทฺวาทส. ๒๗/๓๓๐.

๒๐๑. สาธุ โข สิปฺปกํ นาม อป ยาทิสกีทิสํ.

ขึ้นชื่อว่าศิลปะแม้เช่นใดเช่นหนึ่ง ก็ยังประโยชน์ให้สําเร็จได้.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๕.

๒๐๒. มตฺตญฺญุตา สทา สาธุ.

ความรู้จักประมาณ ยังประโยชน์ให้สําเร็จทุกเมื่อ.

ว. ว.

๒๐๓. หิริโอตฺตปฺปญฺเญว โลกํ ปาเลติ สาธุกํ.

หิริและโอตตัปปะ ย่อมรักษาโลกไว้เป็นอันดี.

ว. ว.

๒๐๔. โลโกปตฺถมฺภิกา เมตฺตา.

เมตตาเป็นเครื่องค้ําจุนโลก.

ว. ว.

๒๐๕. อรติ โลกนาสิกา.

ความริษยาเป็นเหตุทําโลกให้ฉิบหาย.

ว. ว.

๒๐๖. มหาปุริสภาวสฺส ลกฺขณํ กรุณาสโห.

อัชฌาสัยที่ทนไม่ได้เพราะกรุณา เป็นลักษณะของมหาบุรุษ.

ว. ว.

๒๐๗. นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา.

ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายแห่งคนดี.

นัย-ส. ส.

๒๐๘. สพฺพญฺเจ ปวึ ทชฺชา นากตญฺญุมภิราธเย.

ถึงให้แผ่นดินทั้งหมด ก็ยังคนอกตัญญูให้จงรักไม่ได้.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๓.

๒๐๙. หนฺนติ โภคา ทุมฺเมธํ.

โภคทรัพย์ ย่อมฆ่าคนมีปัญญาทราม.

ขุ. ธ. ๒๕/๖๓.

๒๑๐. สกฺกาโร กาปุริสํ หนฺติ.

สักการะ ย่อมฆ่าคนชั่วเสีย.

วิ. จุล. ๗/๑๗๒. สํ. ส. ๑๕/๒๒๖. สํ. นิ. ๑๖/๒๘๔.

๒๑๑. กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ.

ความได้เป็นมนุษย์ เป็นการยาก.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.

๒๑๒. กิจฺฉํ มจฺจาน ชีวิตํ.

ความเป็นอยู่ของสัตว์ เป็นการยาก.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.

๒๑๓. กิจฺฉํ สทฺธมฺมสฺสวนํ.

การฟังธรรมของสัตบุรุษ เป็นการยาก.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.

๒๑๔. กิจฺโฉ พุทฺธานมุปฺปาโท.

ความเกิดแห่งท่านผู้รู้ เป็นการยาก.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.

๒๑๕. อสชฺฌายมลา มนฺตา.

มนต์มีการไม่ท่องบ่น เป็นมลทิน.

องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๙๘. ขุ. ธ. ๒๕/๔๗.

๒๑๖. อนุฏฺฐานมลา ฆรา.

เหย้าเรือนมีความไม่หมั่นเป็นมลทิน.

องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๙๘. ขุ. ธ. ๒๕/๔๗.

๒๑๗. มลํ วณฺณสฺส โกสชฺชํ.

ความเกียจคร้านเป็นมลทินแห่งผิวพรรณ.

องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๙๘. ขุ. ธ. ๒๕/๔๗.

๒๑๘. มลิตฺถิยา ทุจฺจริตํ.

ความประพฤติชั่วเป็นมลทินของหญิง.

องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๙๘. ขุ. ธ. ๒๕/๔๗.

๒๑๙. สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ.

ความบริสุทธิ์และความไม่บริสุทธิ์ มีเฉพาะตัว.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๗. ขุ. มหา. ๒๙/๓๗. ขุ. จู. ๓๐/๑๑๖.

๒๒๐. นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย.

ผู้อื่นพึงให้ผู้อื่นบริสุทธิ์ไม่ได้.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๗. ขุ. มหา. ๒๙/๓๗. ขุ. จู. ๓๐/๑๑๖.

๒๒๑. สุทฺธสฺส สุจิกมฺมสฺส สทา สมฺปชฺชเต วตํ.

พรตของผู้บริสุทธิ์มีการงานสะอาด ย่อมถึงพร้อมทุกเมื่อ.

ม. ม. ๑๒/๗๐.

๒๒๒. สุทฺสฺสํ วชฺชมญฺเญสํ อตฺตาโน ปน ทุทฺทสํ.

ความผิดของผู้อื่นเห็นง่าย ฝ่ายของตนเห็นยาก.

ขุ. ธ. ๒๕/๔๘.

๒๒๓. นตฺถิ โลเก รโห นาม ปาปกมฺมํ ปกุพฺพโต.

ชื่อว่าที่ลับของผู้ทําบาปกรรม ไม่มีในโลก.

องฺ. ติก. ๒๐/๑๘๙. ขุ. ชา. จตุตกฺก. ๒๗/๑๓๑.

๒๒๔. เนสา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต.

สัตบุรุษไม่มีในชุมนุมใด ชุมนุมนั้นไม่ชื่อว่าสภา.

สํ. ส. ๑๕/๒๗๐. ขุ. ชา. อสีติ. ๒๘/๑๕๑.

๒๒๕. นตฺเถตํ โลกสฺมึ ยํ อุปาทิยมานํ อนวชฺชํ อสฺส.

สิ่งใดเข้าไปยึดถืออยู่ จะพึงหาโทษมิได้ สิ่งนั้นไม่มีในโลก.

ร. ร. ๔.

๒๒๖. โภคา สนฺนิจยํ ยนฺติ วมฺมิโกวูปจียติ.

โภคทรัพย์ของผู้ครองเรือนดี ย่อมถึงความพอกพูน เหมือนจอมปลวกกําลังก่อขึ้น.

ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๒.

๒๒๗. อลํ พาลสฺส โมหาย, โน จ ปารคเวสิโน.

รูปโฉมพอลวงคนโง่ให้หลงได้ แต่ลวงคนแสวงหาพระนิพพานไม่ได้เลย.

ม. ม. ๑๓/๔๐๑. ขุ. เถร. ๒๖/๓๗๗.

๒๒๘. รูปํ ชีรติ มจฺจานํ นามโคตฺตํ น ชีรติ.

ร่างกายของสัตว์ย่อยยับได้ แต่ชื่อและสกุลไม่ย่อยยับ.

สํ. ส. ๑๕/๕๙.

๒๒๙. ถีนํ ภาโว ทุราชาโน.

ภาวะของหญิงรู้ได้ยาก.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๑.

๒๓๐. อุกฺกฏ สูรมิจฺฉนฺติ.

ในเวลาคับขัน ย่อมต้องการคนกล้า.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๐.

๒๓๑. มนฺตีสุ อกุตูหลํ.

ในบรรดาที่ปรึกษา ย่อมต้องการคนไม่พูดพล่าม.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๐.

๒๓๒. ปญฺจ อนฺนปานมฺหิ.

ในเวลามีข้าวน้ํา ย่อมต้องการคนที่รัก.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๐.

๒๓๓. อตฺเถ ชาเต จ ปณฺฑิตํ.

ในเมื่อเรื่องราวเกิดขึ้น ย่อมต้องการบัณฑิต.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๐.

๒๓๔. อาปทาสุ ถาโม เวทิตพฺโพ.

กําลังใจพึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย.

นัย-ขุ. อุ. ๒๕/๑๗๘.

๒๓๕. ยโส ลทฺธา น มชฺเชยฺย.

ได้ยศแล้ว ไม่ควรเมา.

ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๔๕.

๒๓๖. จาคมนุพฺรูเหยฺย.

พึงเพิ่มพูลความสละ.

ม. อุป. ๑๔/๔๓๖.

๒๓๗. สนฺติเมว สิกฺเขยฺย.

พึงศึกษาความสงบนั่นแล.

นัย-ม. อุป. ๑๔/๔๓๖.

๒๓๘. โลกามิสํ ปชเห สนฺติเปกฺโข.

ผู้เพ่งสันติ พึงละอามิสในโลกเสีย.

สํ. ส. ๑๕/๓, ๗๗, ๙๐.

๒๓๙. ตํ คณฺเหยฺย ยทปณฺณกํ.

สิ่งใดไม่ผิด พึงถือเอาสิ่งนั้น.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑.

๒๔๐. สมฺมุขา ยาทิสํ จิณฺณํ ปรมฺมุขาป ตาทิสํ.

ต่อหน้าประพฤติเช่นใด ถึงลับหลังก็ให้ประพฤติเช่นนั้น.

ส. ส.

๒๔๑. อปฺปโต โน จ อุลฺลเป.

เมื่อยังไม่ถึง ไม่ควรพูดอวด.

ส. ส.

๒๔๒. สนาถา วิหรถ มา อนาถา.

ท่านทั้งหลายจงมีที่พึ่งอยู่เถิด อย่าไม่มีที่พึ่งอยู่เลย.

นัย. องฺ. ทสกฺ ๒๔/๒๕.

๒๔๓. นาญฺญํ นิสฺสาย ชีเวยฺย.

ไม่ควรอาศัยผู้อื่นเป็นอยู่.

ขุ. อุ. ๒๕/๑๗๙.

๒๔๔. อาโรคฺยมิจฺเฉ ปรมญฺจ ลาภํ.

พึงปรารถนาความไม่มีโรคซึ่งเป็นลาภอย่างยิ่ง.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๗.

๒๔๕. อตีตํ นานฺวาคเมยฺย.

ไม่ควรคํานึงถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว.

ม. อุป. ๑๔/๓๔๘.

๒๔๖. นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ.

ไม่ควรหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง.

ม. อุป. ๑๔/๓๔๘.

 



Last Updated on Saturday, 14 January 2012 12:03
 
joomla template