logotype
คาถาธรรมบท ปัณทิตวรรคที่ ๖

๗๖. นิธีนํว ปวตฺตารํ, ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํ,
นิคฺคยฺหวาทึ เมธาวึ, ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเช,
ตาทิสํ ภชมานสฺส, เสยฺโย โหติ น ปาปิโย. (:)


บุคคลพึงเห็นบุคคลใดผู้มักชี้โทษ เหมือนบุคคลผู้บอกขุมทรัพย์

มักกล่าวข่มขี่ มีปัญญา พึงคบบุคคลผู้เป็นบัณฑิตเช่นนั้น

เพราะว่าเมื่อคบบัณฑิตเช่นนั้น มีแต่คุณที่ประเสริฐโทษที่ลามกย่อมไม่มี.

๗๗.

โอวเทยฺยานุสาเสยฺย, อสพฺภา จ นิวารเย,
สตํ หิ โส ปิโย โหติ, อสตํ โหติ อปฺปิโย. (:)

 

บุคคลพึงกล่าวสอน พึงพร่ำสอน

และพึงห้ามจากธรรมของอสัตบุรุษ

ก็บุคคลนั้น ย่อมเป็นที่รักของสัตบุรุษทั้งหลาย

แต่ไม่เป็นที่รักของพวกอสัตบุรุษ.

๗๘.

น ภเช ปาปเก มิตฺเต, น ภเช ปุริสาธเม,
ภเชถ มิตฺเต กลฺยาเณ, ภเชถ ปุริสุตฺตเม. (:)

บุคคลไม่ควรคบมิตรเลวทราม

ไม่ควรคบบุรุษอาธรรม์

ควรคบมิตรดี ควรคบบุรุษสูงสุด.

๗๙.

ธมฺมปีติ สุขํ เสติ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา,
อริยปฺปเวทิเต ธมฺเม, สทา รมติ ปณฺฑิโต. (:)

บุคคลผู้อิ่มเอิบในธรรมมีใจผ่องใสแล้ว ย่อมอยู่เป็นสุข

บัณฑิตย่อมยินดีในธรรม ที่พระอริยเจ้าประกาศแล้วทุกเมื่อ.

๘๐.

อุทกญฺหิ นยนฺติ เนตฺติกา,

อุสุการา นมยนฺติ เตชนํ,
ทารุํ นมยนฺติ ตจฺฉกา,

อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา. (:)

ก็พวกคนไขน้ำย่อมไขน้ำไป

พวกช่างศรย่อมดัดลูกศร

พวกช่างถากย่อมถากไม้

บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกฝนตน.

๘๑.

เสโล ยถา เอกฆโน, วาเตน น สมีรติ,
เอวํ นินฺทาปสํสาสุ, น สมิญฺชนฺติ ปณฺฑิตา. (:)

ภูเขาหินล้วน เป็นแท่งทึบย่อมไม่หวั่นไหวเพราะลมฉันใด

บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่หวั่นไหวเพราะนินทาและสรรเสริญ ฉันนั้น.

๘๒.

ยถาปิ รหโท คมฺภีโร, วิปฺปสนฺโน อนาวิโล,
เอวํ ธมฺมานิ สุตฺวาน, วิปฺปสีทนฺติ ปณฺฑิตา. (:)

ห้วงน้ำลึกใสไม่ขุ่นมัว แม้ฉันใด

บัณฑิตย์ทั้งหลายฟังธรรมแล้วย่อมผ่องใส ฉันนั้น.

๘๓.

สพฺพตฺถ เว สปฺปุริสา จชนฺติ,

น กามกามา ลปยนฺติ สนฺโต,
สุเขน ผุฏฺฐา อถวา ทุกฺเขน,

น อุจฺจาวจํ ปณฺฑิตา ทสฺสยนฺติ. (:)

สัตบุรุษทั้งหลายย่อมเว้นในธรรมทั้งปวงโดยแท้

สัตบุรุษทั้งหลายหาใคร่กามบ่นไม่

บัณฑิตทั้งหลายผู้อันสุขหรือทุกข์ถูกต้องแล้ว

ย่อมไม่แสดงอาการสูงๆ ต่ำๆ.

๘๔.

น อตฺตเหตุ น ปรสฺส เหตุ,

น ปุตฺตมิจฺเฉ น ธนํ น รฏฺฐํ,
น อิจฺเฉยฺย อธมฺเมน สมิทฺธิมตฺตโน,

ส สีลวา ปญฺญวา ธมฺมิโก สิยา. (:)

บัณฑิตย่อมไม่ทำบาปเพราะเหตุแห่งตน

ไม่ทำบาปเพราะเหตุแห่งผู้อื่น ไม่พึงปรารถนาบุตร

ไม่พึงปรารถนาทรัพย์ ไม่พึงปรารถนาแว่นแคว้น

ไม่พึงปรารถนาความสำเร็จแก่ตนโดยไม่ชอบธรรม

บัณฑิตนั้นพึงเป็นผู้มีศีลมีปัญญา ประกอบด้วยธรรม.

๘๕.

อปฺปกา เต มนุสฺเสสุ, เย ชนา ปารคามิโน,
อถายํ อิตรา ปชา, ตีรเมวานุธาวติ. (:๑๐)

ในหมู่มนุษย์ ชนผู้ที่ถึงฝั่งมีน้อย

ส่วนหมู่สัตว์นอกนี้ย่อมเลาะไปตามฝั่งทั้งนั้น.

๘๖.

เย จ โข สมฺมทกฺขาเต, ธมฺเม ธมฺมานุวตฺติโน,
เต ชนา ปารเมสฺสนฺติ, มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรํ. (:๑๑)

ก็ชนเหล่าใดแล ประพฤติตามธรรม

ในธรรมอันพระสุคตเจ้าตรัสแล้วโดยชอบ

ชนเหล่านั้นข้ามบ่วงมารที่ข้ามได้โดยยาก

แล้วจักถึงฝั่ง.

๘๗.

กณฺหํ ธมฺมํ วิปฺปหาย, สุกฺกํ ภาเวถ ปณฺฑิโต,
โอกา อโนกมาคมฺม, วิเวเก ยตฺถ ทูรม. (:๑๒)

บัณฑิตออกจากอาลัยแล้ว

อาศัยความไม่มีอาลัย

ละธรรมดำแล้วพึงเจริญธรรมขาว.

๘๘.

ตตฺราภิรติมิจฺเฉยฺย, หิตฺวา กาเม อกิญฺจโน,
ปริโยทเปยฺย อตฺตานํ, จิตฺตเกฺลเสหิ ปณฺฑิโต. (:๑๓)

บัณฑิตพึงปรารถนาความ

ยินดียิ่งในวิเวกที่ยินดีได้โดยยาก

ละกามทั้งหลายแล้วไม่มีกิเลสเครื่องกังวล

พึงชำระตนให้ผ่องแผ้ว จากเครื่องเศร้าหมองจิต.

๘๙.

เยสํ สมฺโพธิยงฺเคสุ, สมฺมา จิตฺตํ สุภาวิตํ,
อาทานปฏินิสฺสคฺเค, อนุปาทาย เย รตา,
ขีณาสวา ชุติมนฺโต, เต โลเก ปรินิพฺพุตา. (:๑๔)

 

ปณฺฑิตวคฺโค ฉฏฺโฐ นิฏฺฐิโต.

 

ชนเหล่าใดอบรมจิตด้วยดีโดยชอบ

ในองค์แห่งธรรมสามัคคีเป็นเครื่องตรัสรู้

ชนเหล่าใดไม่ถือมั่น ยินดีแล้วในการสละคืนความถือมั่น

ชนเหล่านั้นมีอาสวะสิ้นแล้ว

มีความรุ่งเรืองปรินิพพานแล้วในโลก.

จบปัณฑิตวรรคที่ ๖

 

image1 image2 image3
Home อภิธัมมัตถสังคหปุจฉาวิสัชชนา ตัวอย่างข้อสอบพระอภิธรรม ชั้นจูฬอาภิธรรมิกะตรี ปี ๒๕๕๐

Main Menu

ตัวอย่างข้อสอบพระอภิธรรม ชั้นจูฬอาภิธรรมิกะตรี ปี ๒๕๕๐ Print E-mail

ข้อสอบข้อเขียนพระอภิธรรม ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๐

อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ชั้น จูฬอาภิธรรมิกะตรี

สอบวันอาทิตย์ที่ ๙ ธันวาคม พ.. ๒๕๕๐

วิชา : จิต เจตสิก รูป นิพพาน ๑๐ ข้อ รวม ๑๐๐ คะแนน เวลา ๔ ชม.

--------------------------------------------------------------------------------------

๑. คำประฌามและปฏิญญานั้น เมื่อจำแนกโดยบทสามัญแล้วมีเท่าไร คืออะไรบ้าง แสดงมาพร้อมความหมายพอได้ความ ?

๒. ก.สมฺปยุตฺตํ มีกี่อย่าง คืออะไรบ้าง จงแปลด้วย

ข.ปรมัตถสัจจะ มีกี่อย่าง คืออะไรบ้าง แสดงมาพร้อมความหมาย

ค.อกุศลจิต หมายความว่าอย่างไร และมีกี่ประเภท คือ อะไรบ้าง

๓. จงแสดงบาลีและคำแปลในจิตดังต่อไปนี้

ก.โลภมูลจิตดวงที่ ๑ ข. โมหมูลจิต ๒ ค.อเหตุกกริยาจิต ๓ ง. จตุตถฌานจิต ๑๑

๔. ก. ให้จำแนกอกุศลจิต ๑๒ โดยเวทนาเภทนัย สัมปโยคเภทนัย สังขารเภทนัย

ข. ให้แสดงความแตกต่างกันระหว่างสุขสหคตจิต กับ โสมนัสสหคตจิต และทุกขสหคตจิต กับโทมนัสสหคตจิต

๕. ให้แสดงลักษณะ ๔ ประการของเจตสิก และยกหลักฐานบาลีด้วย ? ( ไม่ต้องแปล )

๖. ก. วิตกเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

ข. วิจารเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

ค. ปีติเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

ง. ฉันทเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

จ. ศรัทธาเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

๗. จงแสดงสังคหนัย ในจิตดังต่อไปนี้มาดูว่ามีเจตสิกประกอบได้เท่าไร คืออะไรบ้าง

ก. โลภมูลจิตดวงที่ ๒ ข. โทสมูลจิตดวงที่ ๒ ค. มหากุศลจิตดวงที่ ๓

ง. ทุติยฌานจิต ๓ จ. ทุติยฌานจิต ๑๑

๘.จงแสดงคาถารูปปรมัตถ์ พร้อมคำแปล ?

๙. ให้บอกความหมาย พร้อมองค์ธรรมของรูปดังต่อไปนี้

ก. กัมมชรูป ข. จิตตชรูป ค. จักขุทสกกลาป

ง. ชีวิตนวกกลาป จ. สัททนวกกลาป ฉ. กายวิญญัติลหุตาทิทวาทสกกลาป

ช. วจีวิญญัติสัททลหุตาทิทวาทสกกลาป

๑๐. ก.ให้แปลคุณบทของพระนิพพาน ดังต่อไปนี้ ปทํ อจฺจุตํ อจฺจนฺตํ อสงฺขตํ อนุตฺตรํ

ข.พระนิพพานเมื่อว่าโดยสภาวลักษณะแล้ว มีเท่าไหร่ คือ อะไรบ้าง จงแสดงมาดู

***************************

ฝ่ายวางแผนและวิชาการ อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

ข้อสอบสัมภาษณ์พระอภิธรรม ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๐

อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ชั้น จูฬอาภิธรรมิกะตรี

สอบวันจันทร์ที่ ๑๐ ธันวาคม พ.. ๒๕๕๐

วิชา : จิต เจตสิก รูป นิพพาน ๕ ข้อ ๒๕ คะแนน เวลา ๑๕ นาที

---------------------------------------------------------------------------------------

. . สัทธรรมมีกี่อย่างคืออะไรบ้าง บอกความหมายด้วย

. จิตเมื่อว่าโดยสรุปแล้วมีเท่าไร คืออะไรบ้าง

ตอบ ก. สัทธรรม มี ๓ อย่างคือ

๑. ปริยัติสัทธรรม ได้แก่ พระบาลี และอรรถกถา

๒. ปฏิบัติสัทธรรม ได้แก่ การรักษาศีล การถือธุดงค์ การเจริญสมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน

๓. ปฏิเวธสัทธรรม ไดแก่ มรรค ผล นิพพาน ฌาน อภิญญา

ข. จิตเมื่อว่าโดยสรุปแล้วมี ๓ ประการคือ

๑. มีการรับอารมณ์อยู่เสมอ

๒. เป็นเหตุให้เจตสิกทั้งหลายรู้อารมณ์ได้คล้าย ๆกับผู้นำ

๓. ทำให้สิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตวิจิตรพิสดาร

. . โสภณจิตที่เป็นอุเบกขาด้วย วิปปยุตต์ด้วย สสังขาริกด้วย มีจำนวนเท่าไร คืออะไรบ้าง ?

. ในบรรดาฌานจิต ๖๗ นั้น เป็นกุศลชาติเท่าใด เป็นวิปากชาติเท่าใด เป็นกริยาชาติเท่าใด ?

. คำว่า “อนิยตโยคีเจตสิก” หมายความว่าอย่างไร มีจำนวนเท่าไร คืออะไรบ้าง ?

ตอบ ก. มี ๓ ดวงคือ มหากุศลจิตดวงที่ ๘ มหาวิปากจิตดวงที่ ๘ มหากริยาจิตดวงที่ ๘

ข. เป็นกุศลชาติ ๒๙ เป็นวิปากชาติ ๒๙ เป็นกริยาชาติ ๙

ค. หมายความว่า เจตสิกที่ประกอบได้ไม่แน่นอน มี ๑๑ ดวงคือ มานะ, อิสสา, มัจฉริยะ,

กุกกุจจะ, ถีนะ, มิทธะ, วิรตี ๓, อัปปมัญญา ๒

. . เจตสิกที่ประกอบในอกุศลจิตได้ทั้งหมดนั้น มีจำนวนเท่าไร คืออะไรบ้าง ?

. ปกิณณกเจตสิก มีกี่ดวง คืออะไรบ้าง และดวงไหนไม่ประกอบกับโมหมูลจิต ๒ ?

. ในอเหตุกจิต ๑๘ ดวงนั้น จิตดวงไหนมีเจตสิกประกอบมากที่สุด

และดวงไหนมีเจตสิกประกอบน้อยที่สุด ?

ตอบ ก. มี ๑๔ ดวงคือ สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗ วิตกเจตสิก วิจารเจตสิก วิริยเจตสิก โมจตุกเจตสิก ๔

ข. มี ๖ ดวงคือ วิตก วิจาร อธิโมกข์ วิริยะ ปีติ ฉันทะ ปีติ และฉันทะ ไม่ประกอบกับโมหมูลจิต ๒

ค. ในอเหตุกจิต ๑๘ ดวงนั้น

จิตดวงที่มีเจตสิกประกอบมากที่สุด คือ หสิตุปปาทจิต ๑

จิตดวงที่มีเจตสิกประกอบน้อยที่สุด คือ ทวิปัญจวิญญาณจิต ๑๐

. . สุขุมรูป หมายความว่าอย่างไร มีเท่าไร คืออะไรบ้าง

ข. จงแสดงอุตุชรูป ๔ อย่างมาดู

ตอบ ก. สุขุมรูป หมายความว่า รูปละเอียด หมายถึง รูปที่ไม่ปรากฏชัด มี ๑๖ ได้แก่ อาโป ๑ ภาวรูป ๒ หทยรูป ๑ ชีวิตรูป ๑ อาหารรูป ๑ ปริเฉทรูป ๑ วิญญัติรูป ๒ วิการรูป ๓ ลักขณรูป ๔

ข. อุตุชรูป ๔ อย่างคือ

๑. กัมมปัจจยอุตุชรูป รูปที่เกิดขึ้นจากอุตุมีกรรมเป็นสมุฏฐาน

๒ จิตตปัจจยอุตุชรูป รูปที่เกิดจากอุตุมีจิตเป็นสมุฏฐาน

๓. อุตุปัจจยอุตุชรูป รูปที่เกิดจากอุตุมีอุตุเป็นสมุฏฐาน

๔. อาหารปัจจยอุตุชรูป รูปที่เกิดจากอุตุมีอาหารเป็นสมุฏฐาน

. . ให้แสดงความแตกต่างกันระหว่างสอุปาทิเสสนิพพาน กับ อนุปาทิเสสนิพพาน

และจงจำแนกนิพพานทั้ง ๒ อย่างนี้โดยบุคคล ?

. คำว่า “อุปาทิ” มีในบทว่า สอุปาทิเสสนิพพานนั้น องค์ธรรมได้แก่อะไร จัดเป็นขันธ์ได้เท่าไร ?

ตอบ ก. สอุปาทิเสสนิพพาน หมายความว่า นิพพานที่เป็นไปกับขันธ์ ๕ คือวิบากและกัมมชรูปที่เหลือ

จากกิเลสทั้งหลาย เมื่อว่าโดยบุคคล ก็ได้แก่พระอรหันต์ที่ยังมีชีวิตอยู่

อนุปาทิเสสนิพพาน หมายความว่า นิพพานที่ไม่มีขันธ์ ๕ คือวิบากและกัมมชรูปที่เหลืออยู่

เมื่อว่าโดยบุคคล ก็ได้แก่พระอรหันต์ที่ปรินิพพานแล้ว

ข. องค์ธรรมได้แก่ วิบาก และกัมมชรูป จัดเป็นขันธ์ได้ขันธ์ ๕

----------------------------

ฝ่ายวางแผนและวิชาการ อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

เฉลยข้อสอบข้อเขียนพระอภิธรรม ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๐

อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ชั้น จูฬอาภิธรรมิกะตรี

สอบวันเสาร์ที่ ๙ ธันวาคม พ.. ๒๕๕๐

วิชา : จิต เจตสิก รูป นิพพาน ๑๐ ข้อ รวม ๑๐๐ คะแนน เวลา ๔ ชม.

-----------------------------------------------------------------------------------------

. คำประฌามและปฏิญญานั้น เมื่อจำแนกโดยบทสามัญแล้วมีเท่าไร คืออะไรบ้าง แสดงมาพร้อมความหมายพอได้ความ ?

ตอบ มี ๖ บท

๑. สมฺมาสมฺพุทฺธํ หมายความว่า ผู้ตรัสรู้เญยยธรรมทั้งปวงตามลำพังพระองค์เองอย่างถูกต้อง ได้แก่ พระสัมมาสัมพุทธจำพวกเดียว

๒. อตุลํ หมายความว่า หาผู้เปรียบปานมิได้

๓. สสทฺธมฺมคณุตฺตมํ หมายความว่า พร้อมด้วยพระสัทธรรม และคณะพระอริยสงฆ์เจ้าทั้งหลายซึ่งเป็นผู้อุดม

๔. อภิวาทิย หมายความว่า เป็นคำนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

๕. ภาสิสฺสํ หมายความว่า เป็นคำรับรองว่าจะแต่ง

๖. อภิธมฺมตฺถสงฺคหํ หมายความว่า ตามที่ได้กล่าวคำรับรองว่าจะแต่งนั้น ก็ได้แก่คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหปกรณ์นี้เอง

. . สมฺปยุตฺตํ มีกี่อย่าง คืออะไรบ้าง จงแปลด้วย

. ปรมัตถสัจจะ มีกี่อย่าง คืออะไรบ้าง แสดงมาพร้อมความหมาย

. อกุศลจิต หมายความว่าอย่างไร และมีกี่ประเภท คือ อะไรบ้าง

ตอบ ก.สมฺปยุตฺตํ มี ๕ อย่าง คือ

๑.ทิฏคตสมฺปยุตฺตํ จิตที่ประกอบด้วยทิฏฐิ คือ ความเห็นผิด

๒.ปฏิฆสมฺปยุตฺตํ จิตที่ประกอบด้วยโทสะ คือ ความโกรธ

๓.วิจิกิจฺฉาสมฺปยุตฺตํ จิตที่ประกอบด้วยวิจิกิจฉา คือ ความสังสัย

๔.อุทฺธจฺจสมฺปยุตฺตํ จิตที่ประกอบด้วยอุทธัจจะ คือ ความฟุ้งซ่าน

๕.าณสมฺปยุตฺตํ จิตที่ประกอบด้วยปัญญา คือ ความรู้

ข.ปรมัตถสัจจะ มี ๒ อย่าง คือ

๑.สภาวสัจจะ ธรรมที่เป็นจริงตามสภาวะลักษณะ ได้แก่ กุศลธรรม อกุศลธรรม เป็นต้นที่แสดงไว้ในอภิธรรมปิฎก

๒.อริยสัจจะ ธรรมที่เป็นจริงโดยเฉพาะอริยบุคคลทั้งหลาย ได้แก่ อริยสัจจ์ ๔ มีทุกขสัจจะ เป็นต้น

ค.อกุศลจิต หมายความ จิตที่มีโทษและให้ผลตรงข้ามกับกุศลจิต หรือเป็นจิตที่ประกอบกับอกุศลเจตสิกมี ๓ ประเภท คือ ๑.โลภมูลจิต ๒.โทสมูลจิต ๓.โมหมูลจิต

. จงแสดงบาลีและคำแปลในจิตดังต่อไปนี้

. โลภมูลจิตดวงที่ ๑ . โมหมูลจิต ๒ .อเหตุกกริยาจิต ๓ . จตุตถฌานจิต ๑๑

ตอบ

๑. โสมนสฺสสหคตํ ทิฏฺคตสมฺปยุตฺตํ อสงฺขาริกํ

จิตที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการชักชวน พร้อมด้วยความดีใจ ประกอบด้วยความเห็นผิด

ข. ๑. อุเปกฺขาสหคตํ วิจิกิจฺฉาสมฺปยุตฺตํ

จิตที่เกิดขึ้นพร้อมด้วยความเฉยๆ ประกอบด้วยความสงสัย

๒. อุเปกฺขาสหคตํ อุทฺธจฺจสมฺปยุตฺตํ

จิตที่เกิดขึ้นพร้อมด้วยความเฉยๆ ประกอบด้วยความฟุ้งซ่าน

ค. ๑. อุเปกฺขาสหคตํ ปญฺจทวาราวชฺชนจิตฺตํ

จิตที่พิจารณาอารมณ์ทางปัญจทวารที่ดีและไม่ดี เกิดขึ้นพร้อมด้วยความเฉย ๆ

๒. อุเปกฺขาสหคตํ มโนทวาราวชฺชนจิตฺตํ

จิตที่พิจารณาอารมณ์ทางมโนทวารที่ดีและไม่ดี เกิดขึ้นพร้อมด้วยความเฉย ๆ

๓. โสมนสฺสสหคตํ หสิตุปฺปาทจิตฺตํ

จิตที่ทำให้เกิดการยิ้มของพระอรหันต์ เกิดขึ้นพร้อมด้วยความดีใจ

ง. สุขเอกคฺคตาสหิตํ จตุตฺถชฺฌาน กุสลจิตฺตํ วิปากจิตฺตํ กริยจิตฺตํ จตุตถฌานกุศลจิต ๑

วิปากจิต ๑ กริยาจิต ๑ ที่เกิดพร้อมด้วยองค์ฌาน ๒ คือ สุข เอกัคคตา

สุขเอกคฺคตาสหิตํ จตุตฺถชฺฌาน โสตาปตฺติมคฺคจิตฺตํ สกทาคามิมคฺคจิตฺตํ อนาคามิมคฺคจิตฺตํ

อรหตฺตมคฺคจิตฺตํ จตุตถฌาน โสดาปัตติมรรคจิต ๑ สกทาคามิมรรคจิต ๑ อนาคามิมรรคจิต ๑

อรหัตตมรรคจิต ๑ ที่เกิดพร้อมด้วยองค์ฌาน ๒ คือ สุข เอกัคคตา

สุขเอกคฺคตาสหิตํ จตุตฺถชฺฌาน โสตาปตฺติผลจิตฺตํ สกทาคามิผลจิตฺตํ อนาคามิผลจิตฺตํ

อรหตฺตผลจิตฺตํ จตุตถฌาน โสดาปัตติผลจิต ๑ สกทาคามิผลจิต ๑ อนาคามิผลจิต ๑

อรหัตตผลจิต ๑ ที่เกิดพร้อมด้วยองค์ฌาน ๒ คือ สุข เอกัคคตา

๔. ก. ให้จำแนกอกุศลจิต ๑๒ โดยเวทนาเภทนัย สัมปโยคเภทนัย สังขารเภทนัย

ข. ให้แสดงความแตกต่างกันระหว่างสุขสหคตจิต กับ โสมนัสสหคตจิต และทุกขสหคตจิต กับโทมนัสสหคตจิต

ตอบ ก. จำแนกอกุศลจิต ๑๒ โดยเวทนาเภทนัย

โสมนัสสคตจิต ๔

โทมนัสสหคตจิต ๒ รวมเป็นกุศลจิต ๑๒

อุเบกขาสหคตจิต ๖

จำแนกอกุศลจิต ๑๒ โดยสัมปโยคเภทนัย คือ

สัมมปยุตต์ ๘

วิปปยุตต์ ๔ รวมเป็นอกุศลจิต ๑๒

จำแนกอกุศลจิต ๑๒ โดยสังขารเภทนัย คือ

อสังขาริก ๗

สสังขาริก ๕ รวมเป็นอกุศลจิต ๑๒

ความแตกต่างกันระหว่าง

สุขสหคตจิตกับโสมนัสสหคตจิต ทุกขสหคตจิตกับโทมนัสสหคตจิตนั้นคือ

สุขสหคตจิต เป็นความสุขทางกาย ทุกขสหคตจิต เป็นความทุกข์ทางกาย

โสมนัสสหคตจิต เป็นความสุขทางใจ โทมนัสสหคตจิต เป็นความทุกข์ทางใจ

. ให้แสดงลักษณะ ๔ ประการของเจตสิก และยกหลักฐานบาลีด้วย ? ( ไม่ต้องแปล )

ตอบ แสดงลักษณะ ๔ ประการของเจตสิก ดังนี้

๑. เอกุปปาท เจตสิกนี้เกิดพร้อมกับจิตเสมอ หมายความว่า เมื่อจิตเกิด เจตสิกก็เกิดขึ้นด้วยกัน

จะว่าจิตเกิดก่อน เจตสิกเกิดทีหลัง หรือเจตสิกเกิดก่อน จิตเกิดทีหลังนั้นไม่ได้

๒. เอกนิโรธ ในทำนองเดียวกัน เมื่อจิตดับ เจตสิกก็ดับด้วยกัน ไม่มีใครดับก่อนหรือดับทีหลัง

๓. เอกาลัมพนะ อารมณ์ที่เจตสิกเข้าไปรับอยู่นั้น ก็เป็นอารมณ์เดียวกันกับที่จิตเข้าไปรับนั่นเอง

เช่น จิตรับอารมณ์สีขาวเจตสิกก็รับสีขาวด้วย จิตรับอารมณ์สีดำ เจตสิกก็

รับสีดำด้วย ดังนี้เป็นต้น

๔. เอกวัตถุกะ ที่อาศัยเกิดของเจตสิก ก็เป็นชนิดเดียวกันกับที่อาศัยเกิดของจิต เช่น จิตอาศัย

ตาเกิด เจตสิกก็อาศัยตาเกิดด้วย จิตอาศัยหูเกิด เจตสิกก็อาศัยหูเกิดด้วย

จิตอาศัยหัวใจเกิด เจตสิกก็อาศัยหัวใจเกิดด้วย ดังนี้

ดังมีหลักฐานบาลีแสดงว่า เอกุปฺปาทนิโรธา จ เอกาลมฺพนวตฺถุกา

เจโตยุตฺตา ทฺวิปญฺาส ธมฺมา เจตสิกา มตา

. . วิตกเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

. วิจารเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

. ปีติเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

. ฉันทเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

. ศรัทธาเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

ตอบ ก. วิตกเจตสิก ประกอบได้ในจิต ๕๕ ดวงคือ กามจิต ๔๔ (เว้นทวิปัญจวิญญาณจิต ๑๐) ปฐมฌานจิต ๑๑

ข. วิจารเจตสิก ประกอบได้ในจิต ๖๖ ดวงคือ กามจิต ๔๔ (เว้นทวิปัญญจวิญญาณจิต ๑๐) ปฐมฌานจิต ๑๑ ทุติยฌานจิต ๑๑

ค. ปีติเจตสิก ประกอบได้ในจิต ๕๑ ดวงคือ กามโสมนัสสหคตจิต ๑๘ ปฐมฌานจิต ๑๑ ทุติยฌานจิต ๑๑ ตติยฌานจิต ๑๑

ง. ฉันทเจตสิก ประกอบได้ในจิต ๑๐๑ ดวงคือ กามจิต ๓๔ (เว้นโมหมูลจิต ๒ อเหตุกจิต ๑๘) มหัคคตจิจต ๒๗ โลกุตตรจิต ๔๐

จ. ศรัทธาเจตสิก ประกอบได้ในโสภณจิต ๕๙ หรือ ๙๑ ดวงคือ กามาวจรโสภณจิต ๒๔ มหัคคตจิต ๒๗ โลกุตตรจิต ๘ หรือ ๔๐

. จงแสดงสังคหนัย ในจิตดังต่อไปนี้มาดูว่ามีเจตสิกประกอบได้เท่าไร คืออะไรบ้าง

. โลภมูลจิตดวงที่ ๒ . โทสมูลจิตดวงที่ ๒ . มหากุศลจิตดวงที่ ๓

. ทุติยฌานจิต ๓ . ทุติยฌานจิต ๑๑

ตอบ ก. โลภมูลจิตดวงที่ ๒ มีเจตสิกประกอบได้ ๒๑ ดวงคือ อัญญสมานเจตสิก ๑๓

โมจตุกะ ๔ โลภ ทิฏฐิ ถีทุกะ ๒

ข. โทสมูลจิตดวงที่ ๒ มีเจตสิกประกอบได้ ๒๒ ดวงคือ อัญญสมานเจตสิก ๑๒ (เว้นปีติ)

โมจตุกะ ๔ โทจตุกะ ๔ ถีทุกะ ๒

ค. มหากุศลจิตดวงที่ ๓ มีเจตสิกประกอบได้ ๓๗ ดวงคือ อัญญสมานเจตสิก ๑๓

โสภณเจตสิก ๒๔ (เว้นปัญญา)

ง. ทุติยฌานจิต ๓ มีเจตสิกประกอบได้ ๓๔ ดวงคือ อัญญสมานเจตสิก ๑๒ (เว้นวิตก)

โสภณเจตสิก ๒๒ (เว้นวิรตี ๓)

จ. ทุติยฌานจิต ๑๑ มีเจตสิกประกอบได้ ๓๗ ดวงคือ อัญญสมานเจตสิก ๑๒ (เว้นวิตก)

โสภณเจตสิก ๒๕

. จงแสดงคาถารูปปรมัตถ์ พร้อมคำแปล ?

ตอบ สมุทฺเทสา วิภาคา จ สมุฏฺานา กลาปโต

ปวตฺติกฺกมโต เจติ ปญฺจธา ตตฺถ สงฺคโห

การแสดงรูปในรูปปรมัตถ์นี้ พระอนุรุทธาจารย์ แสดงแบ่งออกเป็น ๕ นัย คือ

๑. รูปสมุทเทสนัย หมายถึงการแสดงรูป โดยสังเขป

๒. รูปวิภาคนัย หมายถึงการแสดงรูปโดยพิสดาร

๓. รูปสมุฏฐานนัย หมายถึงการแสดงสมุฏฐานของรูป

๔. รูปกลาปนัย หมายถึงการแสดงรูปที่เกิดขึ้นเป็นหมวดๆ

๕. รูปปวัตติกมนัย หมายถึงการแสดงความเกิดขึ้นพร้อมด้วยความดับของรูปตามลำดับ

. ให้บอกความหมาย พร้อมองค์ธรรมของรูปดังต่อไปนี้

. กัมมชรูป . จิตตชรูป . จักขุทสกกลาป

. ชีวิตนวกกลาป . สัททนวกกลาป . กายวิญญัติลหุตาทิทวาทสกกลาป

ช. วจีวิญญัติสัททลหุตาทิทวาทสกกลาป

ตอบ ก. กัมมชรูป หมายความว่า รูปที่เกิดจากกรรม มี ๑๘ องค์ธรรมได้แก่ ปสาทรูป ๕ ภาวรูป ๒

หทยรูป ๑ ชีวิตรูป ๑ อวินิพโภครูป ๘ ปริจเฉทรูป ๑

ข. จิตตชรูป หมายความว่า รูปที่เกิดจากจิต มี ๑๕ องค์ธรรมได้แก่ วิญญัติรูป ๒ สัททารมณ์ ๑

วิการรูป ๓ อวินิพโภครูป ๘ ปริจเฉทรูป ๑

ค. จักขุทสกกลาป หมายถึง กลาปที่มีจำนวนรูป ๑๐ มีจักขุปสาทเป็นประธาน องค์ธรรมได้แก่

อวินิพโภครูป ๘ ชีวิตรูป ๑ จักขุปสาท ๑

ง. ชีวิตนวกกลาป หมายถึง กลาปที่มีจำนวนรูป ๙ มีชีวิตรูปเป็นประธานองค์ธรรมได้แก่

อวินิพโภครูป ๘ ชีวิตรูป ๑

จ. สัททนวกกกลาป หมายถึง กลาปที่มีจำนวนรูป ๙ องค์ธรรมได้แก่ อวินิพโภครูป ๘ สัทท ๑

ฉ. กายวิญญัติลหุตาทิทวาทสกกลาป หมายถึง กลาปที่มีจำนวนรูป ๑๒ องค์ธรรมได้แก่

อวินิพโภครูป ๘ กายวิญญัติ ๑ วิการรูป ๓

ช. วจีวิญญัติสัททลหุตาทิเตรสกกลาป หมายถึง กลาปที่มีจำนวนรูป ๑๓ องค์ธรรมได้แก่

อวินิพโภครูป ๘ วจีวิญญัติ ๑ สัทท ๑ วิการรูป ๓

๑๐. . ให้แปลคุณบทของพระนิพพาน ดังต่อไปนี้

ปทํ อจฺจุตํ อจฺจนฺตํ อสงฺขตํ อนุตฺตรํ

. พระนิพพานเมื่อว่าโดยสภาวลักษณะแล้ว มีเท่าไหร่ คือ อะไรบ้าง จงแสดงมาดู

ตอบ ก. แปลคุณบทของพระนิพพานดังต่อไปนี้

ปทํ แปลว่า ส่วนหนึ่ง

อจฺจุตํ แปลว่า ธรรมที่ไม่ตาย

อจฺจนฺตํ แปลว่า ธรรมที่ก้าวล่วงขันธ์ ๕ ที่เป็นอดีต และอนาคต

อสงฺขตํ แปลว่า ธรรมที่ไม่ได้ถูกปรุงแต่งด้วยปัจจัย ๔ อย่างใดอย่างหนึ่ง

อนุตฺตรํ แปลว่า เป็นธรรมที่ประเสริฐ

ข. พระนิพพาน เมื่อว่าโดยสภาวลักษณะแล้ว มีอย่างเดียว คือ สันติลักขณะ หมายถึง สงบจากกิเลสและขันธ์ ๕ ทั้งหลาย

 

***************************

ฝ่ายวางแผนและวิชาการ อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ที่มาของข้อมูล : http://www.mcu.ac.th/

 

Share this post

Last Updated on Thursday, 24 November 2011 01:50
 
joomla template