logotype
คาถาธรรมบท ปุปผวรรคที่ ๔

๔๔. โก อิมํ ปฐวึ วิเชสฺสติ,

ยมโลกญฺจ อิมํ สเทวกํ,
โก ธมฺมปทํ สุเทสิตํ,

กุสโล ปุปฺผมิว ปเจสฺสติ. (๔:๑)

 

ใครจักรู้แจ้งแผ่นดินนี้ ใครจักรู้แจ้งยมโลก

และมนุษยโลกนี้พร้อมกับเทวโลก

ใครจักเลือกสรรบทธรรมที่เราแสดงดีแล้ว

ดุจนายมาลาการผู้ฉลาด เลือกสรรดอกไม้ ฉะนั้น.

๔๕.

เสโข ปฐวึ วิเชสฺสติ,

ยมโลกญฺจ อิมํ สเทวกํ,
เสโข ธมฺมปทํ สุเทสิตํ,

กุสโล ปุปฺผมิว ปเจสฺสติ. (๔:๒)

พระเสขะจักรู้แจ้งแผ่นดิน พระเสขะจักรู้แจ้ง

ยมโลกและมนุษยโลกนี้พร้อมกับเทวโลก

พระเสขะจักเลือกสรรบทธรรมที่เราแสดงดีแล้ว

ดุจนายมาลาการผู้ฉลาดเลือกสรรดอกไม้ ฉะนั้น.

๔๖.

เผณูปมํ กายมิมํ วิทิตฺวา,
มรีจิธมฺมํ อภิสมฺพุธาโน,
เฉตฺวาน มารสฺส ปปุปฺผกานิ,
อทสฺสนํ มจฺจุราชสฺส คจฺเฉ. (๔:๓)

ภิกษุทราบกายนี้ว่า เปรียบด้วยฟองน้ำ

ตรัสรู้พร้อมเฉพาะกายนี้ว่ามีพยับแดดเป็นธรรม

ตัดดอกไม้อันเป็นประธานของมารแล้ว

พึงไปสู่ที่ที่มัจจุราชไม่เห็น.

๔๗.

ปุปฺผานิ เหว ปจินนฺตํ, พฺยาสตฺตมนสํ นรํ,
สุตฺตํ คามํ มโหโฆว, มจฺจุ อาทาย คจฺฉติ. (๔:๔)

มัจจุย่อมจับนระ ผู้มีใจอันซ่านไปแล้วในอารมณ์ต่างๆ

กำลังเลือกเก็บดอกไม้ทั้งหลายนั่นเทียวไป

เหมือนห้วงน้ำใหญ่พัดบ้านอันหลับแล้วไป ฉะนั้น.

๔๘.

ปุปฺผานิ เหว ปจินนฺตํ, พฺยาสตฺตมนสํ นรํ,
อติตฺตํ เยว กาเมสุ, อนฺตโก กุรุเต วสํ. (๔:๕)

มัจจุผู้ทำซึ่งที่สุด ย่อมทำนระผู้มีใจอันซ่าน

ไปแล้วในอารมณ์ต่างๆ กำลังเลือกเก็บดอกไม้ทั้งหลาย

ไม่อิ่มแล้วในกามคุณนั่นแล ไว้ในอำนาจ.

๔๙.

ยถาปิ ภมโร ปุปฺผํ, วณฺณคนฺธํ อเหฐยํ,
ปเลติ รสมาทายเอวํ คาเม มุนี จเร. (๔:๖)

ภมรไม่ยังดอกไม้อันมีสีให้ชอกช้ำ

ลิ้มเอาแต่รสแล้วย่อมบินไป แม้ฉันใด

มุนีพึงเที่ยวไปในบ้าน ฉันนั้น.

๕๐.

น ปเรสํ วิโลมานิ, น ปเรสํ กตากตํ,
อตฺตโน ว อเวกฺเขยฺย, กตานิ อกตานิ จ. (๔:๗)

บุคคลไม่พึงใส่ใจคำแสลงหู ของชนเหล่าอื่น

ไม่พึงแลดูกิจที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ ของชนเหล่าอื่น

พึงพิจารณากิจที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำของตนเท่านั้น.

๕๑.

ยถาปิ รุจิรํ ปุปฺผํ, วณฺณวนฺตํ อคนฺธกํ,
เอวํ สุภาสิตา วาจา, อผลา โหติ อกุพฺพโต. (๔:๘)

ดอกไม้งาม มีสี แต่ไม่มีกลิ่นแม้ฉันใด

วาจาสุภาษิต ย่อมไม่มีผลแก่บุคคลผู้ไม่ทำ ฉันนั้น.

๕๒.

ยถาปิ รุจิรํ ปุปฺผํ, วณฺณวนฺตํ สุคนฺธกํ,
เอวํ สุภาสิตา วาจา, สผลา โหติ สุกุพฺพโต. (๔:๙)

ดอกไม้งาม มีสี มีกลิ่น แม้ฉันใด

วาจาสุภาษิต ย่อมมีผล แก่บุคคลผู้ทำดี ฉันนั้น.

๕๓.

ยถาปิ ปุปฺผราสิมฺหา, กยิรา มาลาคุเณ พหู,
เอวํ ชาเตน มจฺเจน, กตฺตพฺพํ กุสลํ พหุํ. (๔:๑๐)

 

นายมาลาการพึงทำกลุ่มดอกไม้ให้มาก

แต่กองแห่งดอกไม้แม้ฉันใด สัตว์

[ผู้มีอันจะพึงตายเป็นสภาพ] ผู้เกิดแล้ว

พึงทำกุศลให้มาก ฉันนั้น.

๕๔.

น ปุปฺผคนฺโธ ปฏิวาตเมติ,
น จนฺทนํ ตครมลฺลิกา วา,
สตญฺจ คนฺโธ ปฏิวาตเมติ,
สพฺพา ทิสา สปฺปุริโส ปวายติ. (๔:๑๑)

กลิ่นดอกไม้ย่อมฟุ้งทวนลมไปไม่ได้

กลิ่นจันทน์หรือกฤษณา และกะลำพัก

ย่อมฟุ้งทวนลมไปไม่ได้ ส่วนกลิ่นของ

สัตบุรุษย่อมฟุ้งทวนลมไปได้

เพราะสัตบุรุษฟุ้งไปทั่วทิศ.

๕๕.

จนฺทนํ ตครํ วาปิ, อุปฺปลํ อถ วสฺสิกี,
เอเตสํ คนฺธชาตานํ, สีลคนฺโธ อนุตฺตโร. (๔:๑๒)

 

กลิ่นคือศีลเป็นเยี่ยมกว่าคันธชาติ เหล่านี้

คือจันทน์ กฤษณา ดอกบัว และมะลิ.

๕๖.

อปฺปมตฺโต อยํ คนฺโธ, ยฺวายํ ตครจนฺทนี,
โย จ สีลวตํ คนฺโธ, วาติ เทเวสุ อุตฺตโม. (๔:๑๓)

กลิ่นกฤษณาและจันทน์นี้ เป็นกลิ่นมีประมาณน้อย

ส่วนกลิ่นของผู้มีศีลทั้งหลายเป็นกลิ่นสูงสุด

ย่อมฟุ้งไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.

๕๗.

เตสํ สมฺปนฺนสีลานํ, อปฺปมาทวิหารินํ,
สมฺมทญฺญา วิมุตฺตานํ, มาโร มคฺคํ น วินฺทติ. (๔:๑๔)

มารย่อมไม่พบทาง ของท่านผู้มีศีลถึงพร้อมแล้ว

มีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาท ผู้พ้นวิเศษแล้ว

เพราะรู้โดยชอบ.

๕๘.

ยถา สงฺการธานสฺมึ, อุชฺฌิตสฺมึ มหาปเถ,
ปทุมํ ตตฺถ ชาเยถ, สุจิคนฺธํ มโนรมํ. (๔:๑๕)

ดอกปทุมมีกลิ่นหอม พึงเกิดในกองแห่งหยากเยื่อ

อันเขาทิ้งแล้วในใกล้ทางใหญ่นั้น ย่อมเป็นที่รื่นรมย์ใจ ฉันใด.

๕๙.

เอวํ สงฺการภูเตสุ, อนฺธภูเต ปุถุชฺชเน,
อติโรจติ ปญฺญาย, สมฺมาสมฺพุทฺธสาวโก. (๔:๑๖)

ปุปฺผวคฺโค จตุตฺโถ.

พระสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เมื่อปุถุชนทั้งหลายผู้เป็นเพียงดั่งกอง

หยากเยื่อ ย่อมไพโรจน์ล่วงปุถุชนทั้งหลาย

ผู้เป็นดังคนบอดด้วยปัญญา ฉันนั้น.

จบปุปผวรรคที่ ๔

image1 image2 image3
Home อภิธัมมัตถสังคหปุจฉาวิสัชชนา ตัวอย่างข้อสอบพระอภิธรรม ชั้นจูฬอาภิธรรมิกะตรี ปี ๒๕๕๐

Main Menu

ตัวอย่างข้อสอบพระอภิธรรม ชั้นจูฬอาภิธรรมิกะตรี ปี ๒๕๕๐ Print E-mail

ข้อสอบข้อเขียนพระอภิธรรม ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๐

อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ชั้น จูฬอาภิธรรมิกะตรี

สอบวันอาทิตย์ที่ ๙ ธันวาคม พ.. ๒๕๕๐

วิชา : จิต เจตสิก รูป นิพพาน ๑๐ ข้อ รวม ๑๐๐ คะแนน เวลา ๔ ชม.

--------------------------------------------------------------------------------------

๑. คำประฌามและปฏิญญานั้น เมื่อจำแนกโดยบทสามัญแล้วมีเท่าไร คืออะไรบ้าง แสดงมาพร้อมความหมายพอได้ความ ?

๒. ก.สมฺปยุตฺตํ มีกี่อย่าง คืออะไรบ้าง จงแปลด้วย

ข.ปรมัตถสัจจะ มีกี่อย่าง คืออะไรบ้าง แสดงมาพร้อมความหมาย

ค.อกุศลจิต หมายความว่าอย่างไร และมีกี่ประเภท คือ อะไรบ้าง

๓. จงแสดงบาลีและคำแปลในจิตดังต่อไปนี้

ก.โลภมูลจิตดวงที่ ๑ ข. โมหมูลจิต ๒ ค.อเหตุกกริยาจิต ๓ ง. จตุตถฌานจิต ๑๑

๔. ก. ให้จำแนกอกุศลจิต ๑๒ โดยเวทนาเภทนัย สัมปโยคเภทนัย สังขารเภทนัย

ข. ให้แสดงความแตกต่างกันระหว่างสุขสหคตจิต กับ โสมนัสสหคตจิต และทุกขสหคตจิต กับโทมนัสสหคตจิต

๕. ให้แสดงลักษณะ ๔ ประการของเจตสิก และยกหลักฐานบาลีด้วย ? ( ไม่ต้องแปล )

๖. ก. วิตกเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

ข. วิจารเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

ค. ปีติเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

ง. ฉันทเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

จ. ศรัทธาเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

๗. จงแสดงสังคหนัย ในจิตดังต่อไปนี้มาดูว่ามีเจตสิกประกอบได้เท่าไร คืออะไรบ้าง

ก. โลภมูลจิตดวงที่ ๒ ข. โทสมูลจิตดวงที่ ๒ ค. มหากุศลจิตดวงที่ ๓

ง. ทุติยฌานจิต ๓ จ. ทุติยฌานจิต ๑๑

๘.จงแสดงคาถารูปปรมัตถ์ พร้อมคำแปล ?

๙. ให้บอกความหมาย พร้อมองค์ธรรมของรูปดังต่อไปนี้

ก. กัมมชรูป ข. จิตตชรูป ค. จักขุทสกกลาป

ง. ชีวิตนวกกลาป จ. สัททนวกกลาป ฉ. กายวิญญัติลหุตาทิทวาทสกกลาป

ช. วจีวิญญัติสัททลหุตาทิทวาทสกกลาป

๑๐. ก.ให้แปลคุณบทของพระนิพพาน ดังต่อไปนี้ ปทํ อจฺจุตํ อจฺจนฺตํ อสงฺขตํ อนุตฺตรํ

ข.พระนิพพานเมื่อว่าโดยสภาวลักษณะแล้ว มีเท่าไหร่ คือ อะไรบ้าง จงแสดงมาดู

***************************

ฝ่ายวางแผนและวิชาการ อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

ข้อสอบสัมภาษณ์พระอภิธรรม ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๐

อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ชั้น จูฬอาภิธรรมิกะตรี

สอบวันจันทร์ที่ ๑๐ ธันวาคม พ.. ๒๕๕๐

วิชา : จิต เจตสิก รูป นิพพาน ๕ ข้อ ๒๕ คะแนน เวลา ๑๕ นาที

---------------------------------------------------------------------------------------

. . สัทธรรมมีกี่อย่างคืออะไรบ้าง บอกความหมายด้วย

. จิตเมื่อว่าโดยสรุปแล้วมีเท่าไร คืออะไรบ้าง

ตอบ ก. สัทธรรม มี ๓ อย่างคือ

๑. ปริยัติสัทธรรม ได้แก่ พระบาลี และอรรถกถา

๒. ปฏิบัติสัทธรรม ได้แก่ การรักษาศีล การถือธุดงค์ การเจริญสมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน

๓. ปฏิเวธสัทธรรม ไดแก่ มรรค ผล นิพพาน ฌาน อภิญญา

ข. จิตเมื่อว่าโดยสรุปแล้วมี ๓ ประการคือ

๑. มีการรับอารมณ์อยู่เสมอ

๒. เป็นเหตุให้เจตสิกทั้งหลายรู้อารมณ์ได้คล้าย ๆกับผู้นำ

๓. ทำให้สิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตวิจิตรพิสดาร

. . โสภณจิตที่เป็นอุเบกขาด้วย วิปปยุตต์ด้วย สสังขาริกด้วย มีจำนวนเท่าไร คืออะไรบ้าง ?

. ในบรรดาฌานจิต ๖๗ นั้น เป็นกุศลชาติเท่าใด เป็นวิปากชาติเท่าใด เป็นกริยาชาติเท่าใด ?

. คำว่า “อนิยตโยคีเจตสิก” หมายความว่าอย่างไร มีจำนวนเท่าไร คืออะไรบ้าง ?

ตอบ ก. มี ๓ ดวงคือ มหากุศลจิตดวงที่ ๘ มหาวิปากจิตดวงที่ ๘ มหากริยาจิตดวงที่ ๘

ข. เป็นกุศลชาติ ๒๙ เป็นวิปากชาติ ๒๙ เป็นกริยาชาติ ๙

ค. หมายความว่า เจตสิกที่ประกอบได้ไม่แน่นอน มี ๑๑ ดวงคือ มานะ, อิสสา, มัจฉริยะ,

กุกกุจจะ, ถีนะ, มิทธะ, วิรตี ๓, อัปปมัญญา ๒

. . เจตสิกที่ประกอบในอกุศลจิตได้ทั้งหมดนั้น มีจำนวนเท่าไร คืออะไรบ้าง ?

. ปกิณณกเจตสิก มีกี่ดวง คืออะไรบ้าง และดวงไหนไม่ประกอบกับโมหมูลจิต ๒ ?

. ในอเหตุกจิต ๑๘ ดวงนั้น จิตดวงไหนมีเจตสิกประกอบมากที่สุด

และดวงไหนมีเจตสิกประกอบน้อยที่สุด ?

ตอบ ก. มี ๑๔ ดวงคือ สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗ วิตกเจตสิก วิจารเจตสิก วิริยเจตสิก โมจตุกเจตสิก ๔

ข. มี ๖ ดวงคือ วิตก วิจาร อธิโมกข์ วิริยะ ปีติ ฉันทะ ปีติ และฉันทะ ไม่ประกอบกับโมหมูลจิต ๒

ค. ในอเหตุกจิต ๑๘ ดวงนั้น

จิตดวงที่มีเจตสิกประกอบมากที่สุด คือ หสิตุปปาทจิต ๑

จิตดวงที่มีเจตสิกประกอบน้อยที่สุด คือ ทวิปัญจวิญญาณจิต ๑๐

. . สุขุมรูป หมายความว่าอย่างไร มีเท่าไร คืออะไรบ้าง

ข. จงแสดงอุตุชรูป ๔ อย่างมาดู

ตอบ ก. สุขุมรูป หมายความว่า รูปละเอียด หมายถึง รูปที่ไม่ปรากฏชัด มี ๑๖ ได้แก่ อาโป ๑ ภาวรูป ๒ หทยรูป ๑ ชีวิตรูป ๑ อาหารรูป ๑ ปริเฉทรูป ๑ วิญญัติรูป ๒ วิการรูป ๓ ลักขณรูป ๔

ข. อุตุชรูป ๔ อย่างคือ

๑. กัมมปัจจยอุตุชรูป รูปที่เกิดขึ้นจากอุตุมีกรรมเป็นสมุฏฐาน

๒ จิตตปัจจยอุตุชรูป รูปที่เกิดจากอุตุมีจิตเป็นสมุฏฐาน

๓. อุตุปัจจยอุตุชรูป รูปที่เกิดจากอุตุมีอุตุเป็นสมุฏฐาน

๔. อาหารปัจจยอุตุชรูป รูปที่เกิดจากอุตุมีอาหารเป็นสมุฏฐาน

. . ให้แสดงความแตกต่างกันระหว่างสอุปาทิเสสนิพพาน กับ อนุปาทิเสสนิพพาน

และจงจำแนกนิพพานทั้ง ๒ อย่างนี้โดยบุคคล ?

. คำว่า “อุปาทิ” มีในบทว่า สอุปาทิเสสนิพพานนั้น องค์ธรรมได้แก่อะไร จัดเป็นขันธ์ได้เท่าไร ?

ตอบ ก. สอุปาทิเสสนิพพาน หมายความว่า นิพพานที่เป็นไปกับขันธ์ ๕ คือวิบากและกัมมชรูปที่เหลือ

จากกิเลสทั้งหลาย เมื่อว่าโดยบุคคล ก็ได้แก่พระอรหันต์ที่ยังมีชีวิตอยู่

อนุปาทิเสสนิพพาน หมายความว่า นิพพานที่ไม่มีขันธ์ ๕ คือวิบากและกัมมชรูปที่เหลืออยู่

เมื่อว่าโดยบุคคล ก็ได้แก่พระอรหันต์ที่ปรินิพพานแล้ว

ข. องค์ธรรมได้แก่ วิบาก และกัมมชรูป จัดเป็นขันธ์ได้ขันธ์ ๕

----------------------------

ฝ่ายวางแผนและวิชาการ อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

เฉลยข้อสอบข้อเขียนพระอภิธรรม ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๐

อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ชั้น จูฬอาภิธรรมิกะตรี

สอบวันเสาร์ที่ ๙ ธันวาคม พ.. ๒๕๕๐

วิชา : จิต เจตสิก รูป นิพพาน ๑๐ ข้อ รวม ๑๐๐ คะแนน เวลา ๔ ชม.

-----------------------------------------------------------------------------------------

. คำประฌามและปฏิญญานั้น เมื่อจำแนกโดยบทสามัญแล้วมีเท่าไร คืออะไรบ้าง แสดงมาพร้อมความหมายพอได้ความ ?

ตอบ มี ๖ บท

๑. สมฺมาสมฺพุทฺธํ หมายความว่า ผู้ตรัสรู้เญยยธรรมทั้งปวงตามลำพังพระองค์เองอย่างถูกต้อง ได้แก่ พระสัมมาสัมพุทธจำพวกเดียว

๒. อตุลํ หมายความว่า หาผู้เปรียบปานมิได้

๓. สสทฺธมฺมคณุตฺตมํ หมายความว่า พร้อมด้วยพระสัทธรรม และคณะพระอริยสงฆ์เจ้าทั้งหลายซึ่งเป็นผู้อุดม

๔. อภิวาทิย หมายความว่า เป็นคำนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

๕. ภาสิสฺสํ หมายความว่า เป็นคำรับรองว่าจะแต่ง

๖. อภิธมฺมตฺถสงฺคหํ หมายความว่า ตามที่ได้กล่าวคำรับรองว่าจะแต่งนั้น ก็ได้แก่คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหปกรณ์นี้เอง

. . สมฺปยุตฺตํ มีกี่อย่าง คืออะไรบ้าง จงแปลด้วย

. ปรมัตถสัจจะ มีกี่อย่าง คืออะไรบ้าง แสดงมาพร้อมความหมาย

. อกุศลจิต หมายความว่าอย่างไร และมีกี่ประเภท คือ อะไรบ้าง

ตอบ ก.สมฺปยุตฺตํ มี ๕ อย่าง คือ

๑.ทิฏคตสมฺปยุตฺตํ จิตที่ประกอบด้วยทิฏฐิ คือ ความเห็นผิด

๒.ปฏิฆสมฺปยุตฺตํ จิตที่ประกอบด้วยโทสะ คือ ความโกรธ

๓.วิจิกิจฺฉาสมฺปยุตฺตํ จิตที่ประกอบด้วยวิจิกิจฉา คือ ความสังสัย

๔.อุทฺธจฺจสมฺปยุตฺตํ จิตที่ประกอบด้วยอุทธัจจะ คือ ความฟุ้งซ่าน

๕.าณสมฺปยุตฺตํ จิตที่ประกอบด้วยปัญญา คือ ความรู้

ข.ปรมัตถสัจจะ มี ๒ อย่าง คือ

๑.สภาวสัจจะ ธรรมที่เป็นจริงตามสภาวะลักษณะ ได้แก่ กุศลธรรม อกุศลธรรม เป็นต้นที่แสดงไว้ในอภิธรรมปิฎก

๒.อริยสัจจะ ธรรมที่เป็นจริงโดยเฉพาะอริยบุคคลทั้งหลาย ได้แก่ อริยสัจจ์ ๔ มีทุกขสัจจะ เป็นต้น

ค.อกุศลจิต หมายความ จิตที่มีโทษและให้ผลตรงข้ามกับกุศลจิต หรือเป็นจิตที่ประกอบกับอกุศลเจตสิกมี ๓ ประเภท คือ ๑.โลภมูลจิต ๒.โทสมูลจิต ๓.โมหมูลจิต

. จงแสดงบาลีและคำแปลในจิตดังต่อไปนี้

. โลภมูลจิตดวงที่ ๑ . โมหมูลจิต ๒ .อเหตุกกริยาจิต ๓ . จตุตถฌานจิต ๑๑

ตอบ

๑. โสมนสฺสสหคตํ ทิฏฺคตสมฺปยุตฺตํ อสงฺขาริกํ

จิตที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการชักชวน พร้อมด้วยความดีใจ ประกอบด้วยความเห็นผิด

ข. ๑. อุเปกฺขาสหคตํ วิจิกิจฺฉาสมฺปยุตฺตํ

จิตที่เกิดขึ้นพร้อมด้วยความเฉยๆ ประกอบด้วยความสงสัย

๒. อุเปกฺขาสหคตํ อุทฺธจฺจสมฺปยุตฺตํ

จิตที่เกิดขึ้นพร้อมด้วยความเฉยๆ ประกอบด้วยความฟุ้งซ่าน

ค. ๑. อุเปกฺขาสหคตํ ปญฺจทวาราวชฺชนจิตฺตํ

จิตที่พิจารณาอารมณ์ทางปัญจทวารที่ดีและไม่ดี เกิดขึ้นพร้อมด้วยความเฉย ๆ

๒. อุเปกฺขาสหคตํ มโนทวาราวชฺชนจิตฺตํ

จิตที่พิจารณาอารมณ์ทางมโนทวารที่ดีและไม่ดี เกิดขึ้นพร้อมด้วยความเฉย ๆ

๓. โสมนสฺสสหคตํ หสิตุปฺปาทจิตฺตํ

จิตที่ทำให้เกิดการยิ้มของพระอรหันต์ เกิดขึ้นพร้อมด้วยความดีใจ

ง. สุขเอกคฺคตาสหิตํ จตุตฺถชฺฌาน กุสลจิตฺตํ วิปากจิตฺตํ กริยจิตฺตํ จตุตถฌานกุศลจิต ๑

วิปากจิต ๑ กริยาจิต ๑ ที่เกิดพร้อมด้วยองค์ฌาน ๒ คือ สุข เอกัคคตา

สุขเอกคฺคตาสหิตํ จตุตฺถชฺฌาน โสตาปตฺติมคฺคจิตฺตํ สกทาคามิมคฺคจิตฺตํ อนาคามิมคฺคจิตฺตํ

อรหตฺตมคฺคจิตฺตํ จตุตถฌาน โสดาปัตติมรรคจิต ๑ สกทาคามิมรรคจิต ๑ อนาคามิมรรคจิต ๑

อรหัตตมรรคจิต ๑ ที่เกิดพร้อมด้วยองค์ฌาน ๒ คือ สุข เอกัคคตา

สุขเอกคฺคตาสหิตํ จตุตฺถชฺฌาน โสตาปตฺติผลจิตฺตํ สกทาคามิผลจิตฺตํ อนาคามิผลจิตฺตํ

อรหตฺตผลจิตฺตํ จตุตถฌาน โสดาปัตติผลจิต ๑ สกทาคามิผลจิต ๑ อนาคามิผลจิต ๑

อรหัตตผลจิต ๑ ที่เกิดพร้อมด้วยองค์ฌาน ๒ คือ สุข เอกัคคตา

๔. ก. ให้จำแนกอกุศลจิต ๑๒ โดยเวทนาเภทนัย สัมปโยคเภทนัย สังขารเภทนัย

ข. ให้แสดงความแตกต่างกันระหว่างสุขสหคตจิต กับ โสมนัสสหคตจิต และทุกขสหคตจิต กับโทมนัสสหคตจิต

ตอบ ก. จำแนกอกุศลจิต ๑๒ โดยเวทนาเภทนัย

โสมนัสสคตจิต ๔

โทมนัสสหคตจิต ๒ รวมเป็นกุศลจิต ๑๒

อุเบกขาสหคตจิต ๖

จำแนกอกุศลจิต ๑๒ โดยสัมปโยคเภทนัย คือ

สัมมปยุตต์ ๘

วิปปยุตต์ ๔ รวมเป็นอกุศลจิต ๑๒

จำแนกอกุศลจิต ๑๒ โดยสังขารเภทนัย คือ

อสังขาริก ๗

สสังขาริก ๕ รวมเป็นอกุศลจิต ๑๒

ความแตกต่างกันระหว่าง

สุขสหคตจิตกับโสมนัสสหคตจิต ทุกขสหคตจิตกับโทมนัสสหคตจิตนั้นคือ

สุขสหคตจิต เป็นความสุขทางกาย ทุกขสหคตจิต เป็นความทุกข์ทางกาย

โสมนัสสหคตจิต เป็นความสุขทางใจ โทมนัสสหคตจิต เป็นความทุกข์ทางใจ

. ให้แสดงลักษณะ ๔ ประการของเจตสิก และยกหลักฐานบาลีด้วย ? ( ไม่ต้องแปล )

ตอบ แสดงลักษณะ ๔ ประการของเจตสิก ดังนี้

๑. เอกุปปาท เจตสิกนี้เกิดพร้อมกับจิตเสมอ หมายความว่า เมื่อจิตเกิด เจตสิกก็เกิดขึ้นด้วยกัน

จะว่าจิตเกิดก่อน เจตสิกเกิดทีหลัง หรือเจตสิกเกิดก่อน จิตเกิดทีหลังนั้นไม่ได้

๒. เอกนิโรธ ในทำนองเดียวกัน เมื่อจิตดับ เจตสิกก็ดับด้วยกัน ไม่มีใครดับก่อนหรือดับทีหลัง

๓. เอกาลัมพนะ อารมณ์ที่เจตสิกเข้าไปรับอยู่นั้น ก็เป็นอารมณ์เดียวกันกับที่จิตเข้าไปรับนั่นเอง

เช่น จิตรับอารมณ์สีขาวเจตสิกก็รับสีขาวด้วย จิตรับอารมณ์สีดำ เจตสิกก็

รับสีดำด้วย ดังนี้เป็นต้น

๔. เอกวัตถุกะ ที่อาศัยเกิดของเจตสิก ก็เป็นชนิดเดียวกันกับที่อาศัยเกิดของจิต เช่น จิตอาศัย

ตาเกิด เจตสิกก็อาศัยตาเกิดด้วย จิตอาศัยหูเกิด เจตสิกก็อาศัยหูเกิดด้วย

จิตอาศัยหัวใจเกิด เจตสิกก็อาศัยหัวใจเกิดด้วย ดังนี้

ดังมีหลักฐานบาลีแสดงว่า เอกุปฺปาทนิโรธา จ เอกาลมฺพนวตฺถุกา

เจโตยุตฺตา ทฺวิปญฺาส ธมฺมา เจตสิกา มตา

. . วิตกเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

. วิจารเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

. ปีติเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

. ฉันทเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

. ศรัทธาเจตสิก ประกอบได้ในจิตเท่าไร คืออะไรบ้าง

ตอบ ก. วิตกเจตสิก ประกอบได้ในจิต ๕๕ ดวงคือ กามจิต ๔๔ (เว้นทวิปัญจวิญญาณจิต ๑๐) ปฐมฌานจิต ๑๑

ข. วิจารเจตสิก ประกอบได้ในจิต ๖๖ ดวงคือ กามจิต ๔๔ (เว้นทวิปัญญจวิญญาณจิต ๑๐) ปฐมฌานจิต ๑๑ ทุติยฌานจิต ๑๑

ค. ปีติเจตสิก ประกอบได้ในจิต ๕๑ ดวงคือ กามโสมนัสสหคตจิต ๑๘ ปฐมฌานจิต ๑๑ ทุติยฌานจิต ๑๑ ตติยฌานจิต ๑๑

ง. ฉันทเจตสิก ประกอบได้ในจิต ๑๐๑ ดวงคือ กามจิต ๓๔ (เว้นโมหมูลจิต ๒ อเหตุกจิต ๑๘) มหัคคตจิจต ๒๗ โลกุตตรจิต ๔๐

จ. ศรัทธาเจตสิก ประกอบได้ในโสภณจิต ๕๙ หรือ ๙๑ ดวงคือ กามาวจรโสภณจิต ๒๔ มหัคคตจิต ๒๗ โลกุตตรจิต ๘ หรือ ๔๐

. จงแสดงสังคหนัย ในจิตดังต่อไปนี้มาดูว่ามีเจตสิกประกอบได้เท่าไร คืออะไรบ้าง

. โลภมูลจิตดวงที่ ๒ . โทสมูลจิตดวงที่ ๒ . มหากุศลจิตดวงที่ ๓

. ทุติยฌานจิต ๓ . ทุติยฌานจิต ๑๑

ตอบ ก. โลภมูลจิตดวงที่ ๒ มีเจตสิกประกอบได้ ๒๑ ดวงคือ อัญญสมานเจตสิก ๑๓

โมจตุกะ ๔ โลภ ทิฏฐิ ถีทุกะ ๒

ข. โทสมูลจิตดวงที่ ๒ มีเจตสิกประกอบได้ ๒๒ ดวงคือ อัญญสมานเจตสิก ๑๒ (เว้นปีติ)

โมจตุกะ ๔ โทจตุกะ ๔ ถีทุกะ ๒

ค. มหากุศลจิตดวงที่ ๓ มีเจตสิกประกอบได้ ๓๗ ดวงคือ อัญญสมานเจตสิก ๑๓

โสภณเจตสิก ๒๔ (เว้นปัญญา)

ง. ทุติยฌานจิต ๓ มีเจตสิกประกอบได้ ๓๔ ดวงคือ อัญญสมานเจตสิก ๑๒ (เว้นวิตก)

โสภณเจตสิก ๒๒ (เว้นวิรตี ๓)

จ. ทุติยฌานจิต ๑๑ มีเจตสิกประกอบได้ ๓๗ ดวงคือ อัญญสมานเจตสิก ๑๒ (เว้นวิตก)

โสภณเจตสิก ๒๕

. จงแสดงคาถารูปปรมัตถ์ พร้อมคำแปล ?

ตอบ สมุทฺเทสา วิภาคา จ สมุฏฺานา กลาปโต

ปวตฺติกฺกมโต เจติ ปญฺจธา ตตฺถ สงฺคโห

การแสดงรูปในรูปปรมัตถ์นี้ พระอนุรุทธาจารย์ แสดงแบ่งออกเป็น ๕ นัย คือ

๑. รูปสมุทเทสนัย หมายถึงการแสดงรูป โดยสังเขป

๒. รูปวิภาคนัย หมายถึงการแสดงรูปโดยพิสดาร

๓. รูปสมุฏฐานนัย หมายถึงการแสดงสมุฏฐานของรูป

๔. รูปกลาปนัย หมายถึงการแสดงรูปที่เกิดขึ้นเป็นหมวดๆ

๕. รูปปวัตติกมนัย หมายถึงการแสดงความเกิดขึ้นพร้อมด้วยความดับของรูปตามลำดับ

. ให้บอกความหมาย พร้อมองค์ธรรมของรูปดังต่อไปนี้

. กัมมชรูป . จิตตชรูป . จักขุทสกกลาป

. ชีวิตนวกกลาป . สัททนวกกลาป . กายวิญญัติลหุตาทิทวาทสกกลาป

ช. วจีวิญญัติสัททลหุตาทิทวาทสกกลาป

ตอบ ก. กัมมชรูป หมายความว่า รูปที่เกิดจากกรรม มี ๑๘ องค์ธรรมได้แก่ ปสาทรูป ๕ ภาวรูป ๒

หทยรูป ๑ ชีวิตรูป ๑ อวินิพโภครูป ๘ ปริจเฉทรูป ๑

ข. จิตตชรูป หมายความว่า รูปที่เกิดจากจิต มี ๑๕ องค์ธรรมได้แก่ วิญญัติรูป ๒ สัททารมณ์ ๑

วิการรูป ๓ อวินิพโภครูป ๘ ปริจเฉทรูป ๑

ค. จักขุทสกกลาป หมายถึง กลาปที่มีจำนวนรูป ๑๐ มีจักขุปสาทเป็นประธาน องค์ธรรมได้แก่

อวินิพโภครูป ๘ ชีวิตรูป ๑ จักขุปสาท ๑

ง. ชีวิตนวกกลาป หมายถึง กลาปที่มีจำนวนรูป ๙ มีชีวิตรูปเป็นประธานองค์ธรรมได้แก่

อวินิพโภครูป ๘ ชีวิตรูป ๑

จ. สัททนวกกกลาป หมายถึง กลาปที่มีจำนวนรูป ๙ องค์ธรรมได้แก่ อวินิพโภครูป ๘ สัทท ๑

ฉ. กายวิญญัติลหุตาทิทวาทสกกลาป หมายถึง กลาปที่มีจำนวนรูป ๑๒ องค์ธรรมได้แก่

อวินิพโภครูป ๘ กายวิญญัติ ๑ วิการรูป ๓

ช. วจีวิญญัติสัททลหุตาทิเตรสกกลาป หมายถึง กลาปที่มีจำนวนรูป ๑๓ องค์ธรรมได้แก่

อวินิพโภครูป ๘ วจีวิญญัติ ๑ สัทท ๑ วิการรูป ๓

๑๐. . ให้แปลคุณบทของพระนิพพาน ดังต่อไปนี้

ปทํ อจฺจุตํ อจฺจนฺตํ อสงฺขตํ อนุตฺตรํ

. พระนิพพานเมื่อว่าโดยสภาวลักษณะแล้ว มีเท่าไหร่ คือ อะไรบ้าง จงแสดงมาดู

ตอบ ก. แปลคุณบทของพระนิพพานดังต่อไปนี้

ปทํ แปลว่า ส่วนหนึ่ง

อจฺจุตํ แปลว่า ธรรมที่ไม่ตาย

อจฺจนฺตํ แปลว่า ธรรมที่ก้าวล่วงขันธ์ ๕ ที่เป็นอดีต และอนาคต

อสงฺขตํ แปลว่า ธรรมที่ไม่ได้ถูกปรุงแต่งด้วยปัจจัย ๔ อย่างใดอย่างหนึ่ง

อนุตฺตรํ แปลว่า เป็นธรรมที่ประเสริฐ

ข. พระนิพพาน เมื่อว่าโดยสภาวลักษณะแล้ว มีอย่างเดียว คือ สันติลักขณะ หมายถึง สงบจากกิเลสและขันธ์ ๕ ทั้งหลาย

 

***************************

ฝ่ายวางแผนและวิชาการ อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ที่มาของข้อมูล : http://www.mcu.ac.th/

 

Share this post

Last Updated on Thursday, 24 November 2011 01:50
 
joomla template