logotype
คาถาธรรมบท ปกิณณกวรรคที่ ๒๑

๒๙๐.

มตฺตา สุขปริจฺจาคา, ปสฺเส เจ วิปุลํ สุขํ,
จเช มตฺตาสุขํ ธีโร, สมฺปสฺสํ วิปุลํ สุขํ. (๒๑:)


ถ้าว่าปราชญ์พึงเห็นความสุขอันไพบูลย์

เพราะสละความสุขพอประมาณไซร้

เมื่อปราชญ์เห็นความสุขอันไพบูลย์

พึงสละความสุขพอประมาณเสีย.

๒๙๑.

ปรทุกฺขูปธาเนน, อตฺตโน สุขมิจฺฉติ,
เวรสํสคฺคสํสฏฺโฐ, เวรา โส น ปริมุจฺจติ. (๒๑:)

ผู้ใดปรารถนาความสุขเพื่อตน

ด้วยการเข้าไปตั้งความทุกข์ไว้ในผู้อื่น

ผู้นั้นระคนแล้วด้วยความเกี่ยวข้องด้วยเวร

ย่อมไม่พ้นไปจากเวร.

๒๙๒.

ยญฺหิ กิจฺจํ ตทปวิทฺธํ, อกิจฺจํ ปน กรียติ,
อุนฺนฬานํ ปมตฺตานํ, เตสํ วฑฺฒนฺติ อาสวา. (๒๑:)

ภิกษุเหล่าใดละทิ้งกรรมที่ควรทำ

แต่กลับทำกรรมที่ไม่ควรทำ

อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่ภิกษุเหล่านั้น

ผู้มีมานะดังไม้อ้อยกขึ้นแล้ว ประมาทแล้ว.

๒๙๓.

เยสญฺจ สุสมารทฺธา, นิจฺจํ กายคตา สติ,
อกิจฺจนฺเต น เสวนฺติ, กิจฺเจ สาตจฺจการิโน,
สตานํ สมฺปชานานํ, อตฺถํ คจฺฉนฺติ อาสวา. (๒๑:)

ก็กายคตาสติอันภิกษุเหล่าใดปรารภด้วยดีเป็นนิตย์

ภิกษุเหล่านั้นผู้ทำความเพียรเป็นไปติดต่อในกรรมที่ควรทำ

ย่อมไม่ส้องเสพกรรมที่ไม่ควรทำ อาสวะทั้งหลายของภิกษุเหล่านั้น

ผู้มีสติสัมปชัญญะ ย่อมถึงความสิ้นไป.

๒๙๔.

มาตรํ ปิตรํ หนฺตฺวา, ราชาโน เทฺว จ ขตฺติเย,
รฏฺฐํ สานุจรํ หนฺตฺวา, อนีโฆ ยาติ พฺราหฺมโณ. (๒๑:)

พราหมณ์ฆ่ามารดาบิดาเสียได้

ฆ่าพระราชาผู้เป็นกษัตริย์ทั้งสองเสียได้

และฆ่าแว่นแคว้นพร้อมกับนายเสมียนเสียได้

ย่อมเป็นผู้ไม่มีทุกข์ไป.

๒๙๕.

มาตรํ ปิตรํ หนฺตฺวา, ราชาโน เทฺว จ โสตฺถิเย,
เวยฺยคฺฆปญฺจมํ หนฺตฺวา, อนีโฆ ยาติ พฺราหฺมโณ. (๒๑:)

พราหมณ์ฆ่ามารดาบิดาเสียได้

ฆ่าพระราชาผู้เป็นพราหมณ์ทั้งสองเสียได้

และฆ่านิวรณ์มีวิจิกิจฉานิวรณ์ดุจเสือโคร่งเป็น

ที่ ๕ เสียได้ ย่อมเป็นผู้ไม่มีทุกข์ไป.

๒๙๖.

สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺติ, สทา โคตมสาวกา,
เยสํ ทิวา จ รตฺโต จ, นิจฺจํ พุทฺธคตา สติ. (๒๑:)

สติของชนเหล่าใดไปแล้วในพระพุทธเจ้า

เป็นนิตย์ทั้งกลางวันและกลางคืน

ชนเหล่านั้นชื่อว่าเป็นสาวกของพระโคดม

ตื่นอยู่ ตื่นดีแล้วในกาลทุกเมื่อ.

๒๙๗.

สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺติ, สทา โคตมสาวกา,
เยสํ ทิวา จ รตฺโต จ, นิจฺจํ ธมฺมคตา สติ. (๒๑:)

สติของชนเหล่าใดไปแล้วในพระธรรม

เป็นนิตย์ทั้งกลางวันและกลางคืน

ชนเหล่านั้นชื่อว่าเป็นสาวกของพระโคดม

ตื่นอยู่ ตื่นดีแล้วในกาลทุกเมื่อ.

๒๙๘.

สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺติ, สทา โคตมสาวกา,
เยสํ ทิวา จ รตฺโต จ, นิจฺจํ สงฺฆคตา สติ. (๒๑:)

สติของชนเหล่าใดไปแล้วในพระสงฆ์

เป็นนิตย์ ทั้งกลางวันและกลางคืน

ชนเหล่านั้นชื่อว่าเป็นสาวกของพระโคดม

ตื่นอยู่ ตื่นดีแล้วในกาลทุกเมื่อ.

๒๙๙.

สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺติ, สทา โคตมสาวกา,
เยสํ ทิวา จ รตฺโต จ, นิจฺจํ กายคตา สติ. (๒๑:๑๐)

 

สติของชนเหล่าใดไปแล้วในกาย

เป็นนิตย์ทั้งกลางวันและกลางคืน

ชนเหล่านั้นชื่อว่าเป็นสาวกของพระโคดม

ตื่นอยู่ ตื่นดีแล้วในกาลทุกเมื่อ.

๓๐๐.

สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺติ, สทา โคตมสาวกา,
เยสํ ทิวา จ รตฺโต จ, อหึสาย รโต มโน. (๒๑:๑๑)

ใจของชนเหล่าใดยินดีแล้วในความ

ไม่เบียดเบียน ทั้งกลางวันและกลางคืน

ชนเหล่านั้นชื่อว่าเป็นสาวกของพระโคดม

ตื่นอยู่ ตื่นดีแล้วในกาลทุกเมื่อ.

๓๐๑.

สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺติ, สทา โคตมสาวกา,
เยสํ ทิวา จ รตฺโต จ, ภาวนาย รโต มโน. (๒๑:๑๒)

ใจของชนเหล่าใดยินดีแล้ว

ในภาวนา ทั้งกลางวันและกลางคืน

ชนเหล่านั้นชื่อว่าเป็นสาวกของพระโคดม

ตื่นอยู่ ตื่นดีแล้วในกาลทุกเมื่อ.

๓๐๒.

ทุปฺปพฺพชฺชํ ทุรภิรมํ, ทุราวาสา ฆรา ทุกฺขา,
ทุกฺโข สมานสํวาโส, ทุกฺขานุปติตทฺธคู,
ตสฺมา น จทฺธคู สิยา, น จ ทุกฺขานุปติโต สิยา. (๒๑:๑๓)

การบวชที่ไม่ดี นำความยินดีมาให้ได้ยาก

การอยู่ครองเรือนไม่ดี นำความทุกข์มาให้

การอยู่ร่วมกับบุคคลผู้ไม่เสมอกัน นำความทุกข์มาให้

ชนผู้เดินทางไกลอันทุกข์ตกตามแล้ว เพราะเหตุนั้น บุคคล

ไม่พึงเดินทางไกลและไม่พึงเป็นผู้อันทุกข์ตกตามแล้ว.

๓๐๓.

สทฺโธ สีเลน สมฺปนฺโน, ยโสโภคสมปฺปิโต,
ยํ ยํ ปเทสํ ภชติ, ตตฺถ ตตฺเถว ปูชิโต. (๒๑:๑๔)

กุลบุตรผู้มีศรัทธา ถึงพร้อมแล้วด้วยศีล

เพรียบพร้อมแล้วด้วยยศและโภคะ

ไปถึงประเทศใดๆ เป็นผู้อันคนบูชาแล้วในประเทศนั้นๆ แล.

๓๐๔.

ทูเร สนฺโต ปกาเสนฺติ, หิมวนฺโตว ปพฺพโต,
อสนฺเตตฺถ น ทิสฺสนฺติ, รตฺติขิตฺตา ยถา สรา. (๒๑:๑๕)

สัตบุรุษย่อมปรากฏได้ในที่ไกล เหมือนภูเขาหิมวันต์

อสัตบุรุษแม้นั่งแล้วในที่นี้ก็ย่อมไม่ปรากฏ

เหมือนลูกศรที่บุคคลยิงไปแล้วในเวลากลางคืน ฉะนั้น.

๓๐๕.

เอกาสนํ เอกเสยฺยํ, เอโก จรมตนฺทิโต,
เอโก ทมยมตฺตานํ, วนนฺเต รมิโต สิยา. (๒๑:๑๖)

 

ปกิณฺณกวคฺโค เอกวีสติโม นิฏฺฐิโต.

ภิกษุพึงเสพการนั่งผู้เดียว การนอนผู้เดียว

ไม่เกียจคร้าน เที่ยวไปผู้เดียว

ฝึกหัดตนผู้เดียว พึงเป็นผู้ยินดีแล้วในที่สุดป่า.

จบปกิณณวรรคที่ ๒๑

 

image1 image2 image3
Home Pāliroom-2 (นามกัณฑ์) นามกัณฑ์_อิตถีลิงค์ ๑๐_อุการันต์ _ยาคุสทฺทปทมาลา

Main Menu

นามกัณฑ์_อิตถีลิงค์ ๑๐_อุการันต์ _ยาคุสทฺทปทมาลา Print E-mail
 

นามกัณฑ์_อิตถีลิงค์ ๑๐_อุการันต์_ยาคุ


ยาคุ สทฺทปทมาลา (ข้าวยาคู)


วิภัตติ

เอกพจน์

พหูพจน์

ป.

ยาคุ

ยาคู ยาคุโย

อา.

เห ยาคุ

เห ยาคู ยาคุโย

ทุ.

ยาคุํ

ยาคู ยาคุโย

ต.

ยาคุยา

ยาคูหิ ยาคูภิ ยาคุหิ ยาคุภิ

จ.

ยาคุยา

ยาคูนํ ยาคุนํ

ปญฺ.

ยาคุยา

ยาคูหิ ยาคูภิ ยาคุหิ ยาคุภิ

ฉ.

ยาคุยา

ยาคูนํ ยาคุนํ

ส.

ยาคุยํ ยาคุยา

ยาคูสุ ยาคุสุ


ศัพท์แจกตามแบบของ ยาคุ (ข้าวยาคู) ศัพท์ มีดังนี้


เอวํ ธาตุ เธนุ กาสุ, ททฺทุ กจฺฉุ กณฺฑุ รชฺชุ,

กเรณุ ปิยงฺคุ, สสฺสุ อาทีนิ

 

ธาตุ (ธาตุ)

เธนุ (แม่โคนม)

กาสุ (หลุม)

ททฺทุ (กลาก)

กจฺฉุ (หิด)

กณฺฑุ (โรคคัน)

รชฺชุ (เชื่อก)

กเรณุ (ช้างพัง)

ปิยงฺคุ (ต้นประยงค์)

สสฺสุ (แม่ยาย, แม่สามี)

อุฬุ (นักษัตร์)

ยาคุ (ข้าวต้ม)

 

 

ตัวอย่างการทำตัวสำเร็จรูป ยาคุ (ข้าวยาคู)


 

รูปสำเร็จ

 

วิธีประกอบศัพท์

วิธิสูตร

ยาคุ (ยาคุ + สิ)

 

ลง สิ ปฐมาวิภัตติ เอกพจน์

ลบ สิ วิภัตติ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุ

 

ลิงฺคตฺเถ ปฐมา.

เสสโต โลปํ คสิปิ.

ยาคู (ยาคุ + โย)

ลง โย ปฐมาวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ลบ โย วิภัตติ

ทีฆะ อุ เป็น อู

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคู

 

ลิงฺคตฺเถ ปฐมา.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ฆปโต จ โยนํ โลโป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคุโย (ยาคุ + โย)

ลง โย ปฐมาวิภัตติ พหูพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

รัสสะ อี เป็น อิ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุโย

 

ลิงฺคตฺเถ ปฐมา.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

อโฆ รสฺสเมกวจนโยสฺวปิ จ.

เห ยาคุ (ยาคุ + สิ)

 

ลง สิ อาลปนวิภัตติ เอกพจน์

ให้ สิ ชื่อ ค

ให้ อุ ชื่อ ป

รัสสะ

ลบ ค

สำเร็จรูปเป็น ยาคุ

 

อาลปเน จ.

อาลปเน สิ คสญฺโญ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ฌลปา รสฺสํ.

เสสโต โลปํ คสิปิ.

 

เห ยาคู (ยาคุ + โย)

 

ลง โย อาลปนวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ลบ โย

ทีฆะ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคู

 

อาลปเน จ.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ฆปโต จ โยนํ โลโป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

เห ยาคุโย (ยาคุ + โย)

 

ลง โย อาลปนวิภัตติ พหูพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

รัสสะ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุโย

 

อาลปเน จ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

อโฆ รสฺสเมกวจนโยสฺวปิ จ.

ยาคุํ (ยาคุ + อํ)

ลง อํ ทุติยาวิภัตติ เอกพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

แปลง อํ เป็น นิคคหิต

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคุํ

 

กมฺมตฺเถ ทุติยา.

ปุพฺพมโธฯ

เต อิตฺถิขฺยา โป.

อํโม นิคฺคหิตํ ฌลเปหิ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคู (ยาคุ + โย)

ลง โย ทุติยาวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ลบ โย วิภัตติ

ทีฆะ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคู

 

กมฺมตฺเถ ทุติยา.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ฆปโต จ โยนํ โลโป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคุโย (ยาคุ + โย)

ลง โย ทุติยาวิภัตติ พหูพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

รัสสะ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุโย

 

กมฺมตฺเถ ทุติยา.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

อโฆ รสฺสเมกวจนโยสฺวปิ จ.

ยาคุยา (ยาคุ + นา)

 

 

ลง นา ตติยาวิภัตติ เอกพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

แปลง นา เป็น ยา

รัสสะ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุยา

 

กรเณ ตติยา.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ปโต ยา.

อโฆ รสฺสเมกวจนโยสฺวปิ จ.

ยาคูหิ (ยาคุ + หิ)

ลง หิ ตติยาวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ทีฆะ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคูหิ

 

กรเณ ตติยา.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคูภิ (ยาคุ + หิ)

ลง หิ ตติยาวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ทีฆะ

แปลง หิ เป็น ภิ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคูภิ

 

กรเณ ตติยา.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

สฺมาหิสฺมึนํ มฺหาภิมฺหิ วา.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคุหิ (ยาคุ + หิ)

ลง หิ ตติยาวิภัตติ พหูพจน์

สำเร็จรูปเป็น ยาคุหิ

 

กรเณ ตติยา.

ยาคุภิ (ยาคุ + หิ)

ลง หิ ตติยาวิภัตติ พหูพจน์

แปลง หิ เป็น ภิ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุภิ

 

กรเณ ตติยา.

สฺมาหิสฺมึนํ มฺหาภิมฺหิ วา.

ยาคุยา (ยาคุ + ส)

 

 

ลง ส จตุตฺถีวิภัตติ เอกพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

แปลง ส เป็น ยา

รัสสะ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุยา

 

สมฺปทาเน จตุตฺถี.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ปโต ยา.

อโฆ รสฺสเมกวจนโยสฺวปิ จ.

ยาคูนํ (ยาคุ + นํ)

ลง นํ จตุตฺถีวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ทีฆะ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคูนํ

 

สมฺปทาเน จตุตฺถี.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคุนํ (ยาคุ + นํ)

ลง นํ จตุตฺถีวิภัตติ พหูพจน์

สำเร็จรูปเป็น ยาคุนํ

 

สมฺปทาเน จตุตฺถี.

 

ยาคุยา (ยาคุ + สฺมา)

ลง สฺมา ปัญจมีวิภัตติ เอกพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

แปลง สฺมา เป็น ยา

รัสสะ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุยา

 

อปาทาเน ปญฺจมี.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ปโต ยา.

อโฆ รสฺสเมกวจนโยสฺวปิ จ.

ยาคูหิ (ยาคุ + หิ)

ลง หิ ปัญจมีวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ทีฆะ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคูหิ

 

อปาทาเน ปญฺจมี.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคูภิ (ยาคุ + หิ)

ลง หิ ปัญจมีวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ทีฆะ

แปลง หิ เป็น ภิ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคูภิ

 

อปาทาเน ปญฺจมี.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

สฺมาหิสฺมึนํ มฺหาภิมฺหิ วา.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคุหิ (ยาคุ + หิ)

ลง หิ ปัญจมีวิภัตติ พหูพจน์

สำเร็จรูปเป็น ยาคุหิ

 

อปาทาเน ปญฺจมี.

ยาคุภิ (ยาคุ + หิ)

ลง หิ ปัญจมีวิภัตติ พหูพจน์

แปลง หิ เป็น ภิ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุภิ

 

อปาทาเน ปญฺจมี.

สฺมาหิสฺมึนํ มฺหาภิมฺหิ วา.

ยาคุยา (ยาคุ + ส)

ลง ส จตุตฺถีวิภัตติ เอกพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

แปลง ส เป็น ยา

รัสสะ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุยา

 

สามิสฺมึ ฉฏฺฐี.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ปโต ยา.

อโฆ รสฺสเมกวจนโยสฺวปิ จ.

ยาคูนํ (ยาคุ + นํ)

ลง นํ ฉัฏฐีวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ทีฆะ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคูนํ

 

สามิสฺมึ ฉฏฺฐี.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคุนํ (ยาคุ + นํ)

ลง นํ ฉัฏฐีวิภัตติ พหูพจน์

สำเร็จรูปเป็น ยาคุนํ

 

สามิสฺมึ ฉฏฺฐี.

ยาคุยํ (ยาคุ + สฺมึ)

ลง สฺมึ สัตตมีวิภัตติ เอกพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

แปลง สฺมึ เป็น ยํ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุยํ

 

โอกาเส สตฺตมี.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ฆปโต สฺมึ ยํ วา.

ยาคุยา (ยาคุ + สฺมึ)

ลง สฺมึ สัตตมีวิภัตติ เอกพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

แปลง สฺมึ เป็น ยา

สำเร็จรูปเป็น ยาคุยา

 

โอกาเส สตฺตมี.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ปโต ยา.

ยาคูสุ (ยาคุ + สุ)

ลง สุ สัตตมีวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ทีฆะ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคูสุ

 

โอกาเส สตฺตมี.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคุสุ (ยาคุ + สุ)

ลง สุ สัตตมีวิภัตติ พหูพจน์

สำเร็จรูปเป็น ยาคุสุ

 

โอกาเส สตฺตมี.

 

ธาตุ ศัพท์เป็นได้ ๒ ลิงค์

ธาตุ ศัพท์ที่เป็นสัตถาทิคณะ เป็นปุงลิงค์ แปลว่า ผู้ทรงไว้ จัดเป็นกริยาศัพท์หมายเอากิริยาการกระทำ

ธาตุ ศัพท์ที่เป็นอิตถีลิงค์ แปลว่า ธาตุ จัดเป็นชาติศัพท์หมายเอาประเภทของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

สัททนีติปกรณ์ (ปทมาลา) แสดงลิงค์ของ ธาตุ ศัพท์ที่แปลว่า ธาตุ ไว้ ๒ ลิงค์ว่า

ธาตุสทฺโท ชินมเต, อิตฺถิลิงฺคตฺตเน มโต,

สตฺเถ ปุลฺลิงฺคภาวสฺมึ, กจฺจายนมเต ทฺวิสุ.

„ธาตุ ศัพท์ปรากฏในความเป็นอิตถีลิงค์ ในพระดำรัสที่เป็นมติของพระชินเจ้า

ส่วนในคัมภีร์(สันสกฤต)ปรากฏในความเป็นปุงลิงค์ ตามมติของกัจจายนไวยากรณ์

ปรากฏในลิงค์ทั้งสอง" (จากปทรูปสิทธิมัญชรี หน้า ๖๑๕)

Share this post

Last Updated on Thursday, 29 September 2011 09:12
 
joomla template