logotype
คาถาธรรมบท พาลวรรคที่ ๕

๖๐. ทีฆา ชาครโต รตฺติ, ทีฆํ สนฺตสฺส โยชนํ,
ทีโฆ พาลาน สํสาโร, สทฺธมฺมํ อวิชานตํ. (๕:๑)


 

ราตรียาวแก่คนผู้ตื่นอยู่ โยชน์ยาวแก่คนผู้เมื่อยล้า

สงสารยาวแก่คนพาล ผู้ไม่รู้แจ้งพระสัทธรรม.

๖๑.

จรญฺเจ นาธิคจฺเฉยฺย, เสยฺยํ สทิสมตฺตโน,
เอกจริยํ ทฬฺหํ กยิรา, นตฺถิ พาเล สหายตา. (๕:๒)

ถ้าว่าบุคคลเมื่อเที่ยวไป ไม่พึงประสบ

สหายประเสริฐกว่าตน หรือสหายผู้เช่นด้วยตนไซร้

บุคคลนั้นพึงทำการเที่ยวไปผู้เดียวให้มั่น

เพราะว่าคุณเครื่องความเป็นสหาย ย่อมไม่มีในคนพาล.

๖๒.

ปุตฺตา มตฺถิ ธนมตฺถิ, อิติ พาโล วิหญฺญติ,
อตฺตา หิ อตฺตโน นตฺถิ, กุโต ปุตฺตา กุโต ธนํ. (๕:๓)

คนพาลย่อมเดือดร้อนว่า

บุตรของเรามีอยู่ ทรัพย์ของเรามีอยู่ ดังนี้

ตนนั่นแลย่อมไม่มีแก่ตน

บุตรทั้งหลายแต่ที่ไหน ทรัพย์แต่ที่ไหน.

๖๓.

โย พาโล มญฺญตี พาลฺยํ, ปณฺฑิโต วาปิ เตน โส,
พาโล จ ปณฺฑิตมานี, ส เว พาโลติ วุจฺจติ. (๕:๔)

ผู้ใดเป็นพาลย่อมสำคัญความที่ตนเป็นพาลได้

ด้วยเหตุนั้น ผู้นั้นยังเป็นบัณฑิตได้บ้าง

ส่วนผู้ใดเป็นพาลมีความสำคัญตนว่าเป็นบัณฑิต

ผู้นั้นแลเรากล่าวว่าเป็นพาล.

๖๔.

ยาวชีวมฺปิ เจ พาโล, ปณฺฑิตํ ปยิรุปาสติ,
น โส ธมฺมํ วิชานาติ, ทพฺพี สูปรสํ ยถา. (๕:๕)

ถ้าคนพาลเข้าไปนั่งใกล้บัณฑิตแม้ตลอดชีวิต

เขาย่อมไม่รู้แจ้งธรรม เหมือนทัพพีไม่รู้จักรสแกง ฉะนั้น.

๖๕.

มุหุตฺตมปิ เจ วิญฺญู, ปณฺฑิตํ ปยิรุปาสติ,
ขิปฺปํ ธมฺมํ วิชานาติ, ชิวฺหา สูปรสํ ยถา. (๕:๖)

ถ้าว่าวิญญูชนเข้าไปนั่งใกล้บัณฑิตแม้ครู่หนึ่ง

ท่านย่อมรู้ธรรมได้ฉับพลัน เหมือนลิ้นรู้รสแกงฉะนั้น.

๖๖.

จรนฺติ พาลา ทุมฺเมธา, อมิตฺเตเนว อตฺตนา,
กโรนฺตา ปาปกํ กมฺมํ, ยํ โหติ กฏุกปฺผลํ. (๕:๗)

คนพาลมีปัญญาทราม มีตนเหมือนข้าศึกเที่ยว

ทำบาปกรรม อันมีผลเผ็ดร้อน.

๖๗.

น ตํ กมฺมํ กตํ สาธุ, ยํ กตฺวา อนุตปฺปติ,
ยสฺส อสฺสุมุโข โรทํ, วิปากํ ปฏิเสวติ. (๕:๘)

บุคคลทำกรรมใดแล้วย่อมเดือดร้อน

ในภายหลัง กรรมนั้นทำแล้วไม่ดี

บุคคลมีหน้าชุ่มด้วยน้ำตา ร้องไห้อยู่

ย่อมเสพผลของกรรมใด กรรมนั้นทำแล้วไม่ดี.

๖๘.

ตญฺจ กมฺมํ กตํ สาธุ, ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ,
ยสฺส ปตีโต สุมโน, วิปากํ ปฏิเสวติ. (๕:๙)

บุคคลทำกรรมใดแล้ว ย่อมไม่เดือดร้อนในภายหลัง

กรรมนั้นแลทำแล้วเป็นดี บุคคลอันปีติโสมนัส

เข้าถึงแล้ว [ด้วยกำลังแห่งปีติ] [ด้วยกำลังแห่งโสมนัส]

ย่อมเสพผลแห่งกรรมใด กรรมนั้นทำแล้วเป็นดี.

๖๙.

มธุวา มญฺญตี พาโล, ยาว ปาปํ น ปจฺจติ,
ยทา จ ปจฺจติ ปาปํ, อถ (พาโล) ทุกฺขํ นิคจฺฉติ. (๕:๑๐)

คนพาลย่อมสำคัญบาปประดุจน้ำหวาน

ตลอดกาลที่บาปยังไม่ให้ผล

แต่บาปให้ผลเมื่อใด

คนพาลย่อมเข้าถึงทุกข์เมื่อนั้น.

๗๐.

มาเส มาเส กุสคฺเคน, พาโล ภุญฺเชถ โภชนํ,
น โส สงฺขาตธมฺมานํ, กลํ อคฺฆติ โสฬสึ. (๕:๑๑)

คนพาลถึงบริโภคโภชนะด้วยปลายหญ้าคาทุกเดือนๆ

เขาย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ ซึ่งจำแนกออกไปแล้ว ๑๖ หน

ของพระอริยบุคคลทั้งหลายผู้มีธรรมอันนับได้แล้ว.

๗๑.

น หิ ปาปํ กตํ กมฺมํ, สชฺชุขีรํว มุจฺจติ,
ฑหนฺตํ พาลมเนฺวติ, ภสฺมาจฺฉนฺโนว ปาวโก. (๕:๑๒)

ก็บาปกรรมบุคคลทำแล้วยังไม่แปรไป

เหมือนน้ำนมในวันนี้ยังไม่แปรไปฉะนั้น

บาปกรรมนั้นย่อมตามเผาคนพาล

เหมือนไฟอันเถ้าปกปิดแล้ว ฉะนั้น.

๗๒.

ยาวเทว อนตฺถาย, ญตฺตํ พาลสฺส ชายติ,
หนฺติ พาลสฺส สุกฺกํสํ, มุทฺธํ อสฺส วิปาตยํ. (๕:๑๓)

ความรู้นั้นย่อมเกิดแก่คนพาล

เพื่อสิ่งมิใช่ประโยชน์อย่างเดียว

ความรู้ ยังปัญญาชื่อว่ามุทธาของเขาให้ฉิบหายตกไป

ย่อมฆ่าส่วนแห่งธรรมขาวของคนพาลเสีย.

๗๓.

อสนฺตํ ภาวนมิจฺเฉยฺย, ปุเรกฺขารญฺจ ภิกฺขุสุ,
อาวาเสสุ จ อิสฺสริยํ, ปูชา ปรกุเลสุ จ. (๕:๑๔)

ภิกษุผู้เป็นพาล พึงปรารถนาความสรรเสริญอันไม่มีอยู่

ความห้อมล้อมในภิกษุทั้งหลาย ความเป็นใหญ่ในอาวาส

และการบูชาในสกุลของชนเหล่าอื่น.

๗๔.

มเมว กตมญฺญนฺตุคิหี ปพฺพชิตา อุโภ,
มเมว อติวสา อสฺสุ, กิจฺจากิจฺเจสุ กิสฺมิจิ,
อิติ พาลสฺส สงฺกปฺโป, อิสฺสา มาโน จ วฑฺฒติ. (๕:๑๕)

ความดำริย่อมบังเกิดขึ้นแก่ภิกษุพาลว่า

คฤหัสถ์และบรรพชิตทั้งสองฝ่าย จงสำคัญ

กรรมที่บุคคลทำแล้วว่า เพราะอาศัยเราผู้เดียว

คฤหัสถ์และบรรพชิตเหล่านั้นจงเป็นไปในอำนาจของเราผู้เดียว

ในบรรดากิจน้อยและกิจใหญ่ทั้งหลาย กิจอะไรๆ อิจฉา [ความริษยา]

มานะ [ความถือตัว] ย่อมเจริญแก่ภิกษุพาลนั้น.

๗๕.

อญฺญา หิ ลาภูปนิสา, อญฺญา นิพฺพานคามินี,
เอวเมตํ อภิญฺญาย, ภิกฺขุ พุทฺธสฺส สาวโก,
สกฺการํ นาภินนฺเทยฺย, วิเวกมนุพฺรูหเย. (๕:๑๖)

พาลวคฺโค ปญฺจโม.

ภิกษุผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้ารู้ยิ่งแล้ว ซึ่งปฏิปทา ๒ อย่าง

นี้ว่า ปฏิปทาอันเข้าอาศัยลาภเป็นอย่างหนึ่ง

ปฏิปทาเครื่องให้ถึงนิพพานเป็นอย่างหนึ่ง ดังนี้แล้ว

ไม่พึงเพลิดเพลินสักการะ พึงพอกพูนวิเวกเนืองๆ.

จบพาลวรรคที่ ๕

image1 image2 image3
Home Pāliroom-2 (นามกัณฑ์) นามกัณฑ์_อิตถีลิงค์ ๑๐_อุการันต์ _ยาคุสทฺทปทมาลา

Main Menu

นามกัณฑ์_อิตถีลิงค์ ๑๐_อุการันต์ _ยาคุสทฺทปทมาลา Print E-mail
 

นามกัณฑ์_อิตถีลิงค์ ๑๐_อุการันต์_ยาคุ


ยาคุ สทฺทปทมาลา (ข้าวยาคู)


วิภัตติ

เอกพจน์

พหูพจน์

ป.

ยาคุ

ยาคู ยาคุโย

อา.

เห ยาคุ

เห ยาคู ยาคุโย

ทุ.

ยาคุํ

ยาคู ยาคุโย

ต.

ยาคุยา

ยาคูหิ ยาคูภิ ยาคุหิ ยาคุภิ

จ.

ยาคุยา

ยาคูนํ ยาคุนํ

ปญฺ.

ยาคุยา

ยาคูหิ ยาคูภิ ยาคุหิ ยาคุภิ

ฉ.

ยาคุยา

ยาคูนํ ยาคุนํ

ส.

ยาคุยํ ยาคุยา

ยาคูสุ ยาคุสุ


ศัพท์แจกตามแบบของ ยาคุ (ข้าวยาคู) ศัพท์ มีดังนี้


เอวํ ธาตุ เธนุ กาสุ, ททฺทุ กจฺฉุ กณฺฑุ รชฺชุ,

กเรณุ ปิยงฺคุ, สสฺสุ อาทีนิ

 

ธาตุ (ธาตุ)

เธนุ (แม่โคนม)

กาสุ (หลุม)

ททฺทุ (กลาก)

กจฺฉุ (หิด)

กณฺฑุ (โรคคัน)

รชฺชุ (เชื่อก)

กเรณุ (ช้างพัง)

ปิยงฺคุ (ต้นประยงค์)

สสฺสุ (แม่ยาย, แม่สามี)

อุฬุ (นักษัตร์)

ยาคุ (ข้าวต้ม)

 

 

ตัวอย่างการทำตัวสำเร็จรูป ยาคุ (ข้าวยาคู)


 

รูปสำเร็จ

 

วิธีประกอบศัพท์

วิธิสูตร

ยาคุ (ยาคุ + สิ)

 

ลง สิ ปฐมาวิภัตติ เอกพจน์

ลบ สิ วิภัตติ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุ

 

ลิงฺคตฺเถ ปฐมา.

เสสโต โลปํ คสิปิ.

ยาคู (ยาคุ + โย)

ลง โย ปฐมาวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ลบ โย วิภัตติ

ทีฆะ อุ เป็น อู

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคู

 

ลิงฺคตฺเถ ปฐมา.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ฆปโต จ โยนํ โลโป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคุโย (ยาคุ + โย)

ลง โย ปฐมาวิภัตติ พหูพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

รัสสะ อี เป็น อิ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุโย

 

ลิงฺคตฺเถ ปฐมา.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

อโฆ รสฺสเมกวจนโยสฺวปิ จ.

เห ยาคุ (ยาคุ + สิ)

 

ลง สิ อาลปนวิภัตติ เอกพจน์

ให้ สิ ชื่อ ค

ให้ อุ ชื่อ ป

รัสสะ

ลบ ค

สำเร็จรูปเป็น ยาคุ

 

อาลปเน จ.

อาลปเน สิ คสญฺโญ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ฌลปา รสฺสํ.

เสสโต โลปํ คสิปิ.

 

เห ยาคู (ยาคุ + โย)

 

ลง โย อาลปนวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ลบ โย

ทีฆะ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคู

 

อาลปเน จ.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ฆปโต จ โยนํ โลโป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

เห ยาคุโย (ยาคุ + โย)

 

ลง โย อาลปนวิภัตติ พหูพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

รัสสะ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุโย

 

อาลปเน จ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

อโฆ รสฺสเมกวจนโยสฺวปิ จ.

ยาคุํ (ยาคุ + อํ)

ลง อํ ทุติยาวิภัตติ เอกพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

แปลง อํ เป็น นิคคหิต

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคุํ

 

กมฺมตฺเถ ทุติยา.

ปุพฺพมโธฯ

เต อิตฺถิขฺยา โป.

อํโม นิคฺคหิตํ ฌลเปหิ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคู (ยาคุ + โย)

ลง โย ทุติยาวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ลบ โย วิภัตติ

ทีฆะ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคู

 

กมฺมตฺเถ ทุติยา.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ฆปโต จ โยนํ โลโป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคุโย (ยาคุ + โย)

ลง โย ทุติยาวิภัตติ พหูพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

รัสสะ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุโย

 

กมฺมตฺเถ ทุติยา.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

อโฆ รสฺสเมกวจนโยสฺวปิ จ.

ยาคุยา (ยาคุ + นา)

 

 

ลง นา ตติยาวิภัตติ เอกพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

แปลง นา เป็น ยา

รัสสะ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุยา

 

กรเณ ตติยา.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ปโต ยา.

อโฆ รสฺสเมกวจนโยสฺวปิ จ.

ยาคูหิ (ยาคุ + หิ)

ลง หิ ตติยาวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ทีฆะ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคูหิ

 

กรเณ ตติยา.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคูภิ (ยาคุ + หิ)

ลง หิ ตติยาวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ทีฆะ

แปลง หิ เป็น ภิ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคูภิ

 

กรเณ ตติยา.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

สฺมาหิสฺมึนํ มฺหาภิมฺหิ วา.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคุหิ (ยาคุ + หิ)

ลง หิ ตติยาวิภัตติ พหูพจน์

สำเร็จรูปเป็น ยาคุหิ

 

กรเณ ตติยา.

ยาคุภิ (ยาคุ + หิ)

ลง หิ ตติยาวิภัตติ พหูพจน์

แปลง หิ เป็น ภิ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุภิ

 

กรเณ ตติยา.

สฺมาหิสฺมึนํ มฺหาภิมฺหิ วา.

ยาคุยา (ยาคุ + ส)

 

 

ลง ส จตุตฺถีวิภัตติ เอกพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

แปลง ส เป็น ยา

รัสสะ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุยา

 

สมฺปทาเน จตุตฺถี.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ปโต ยา.

อโฆ รสฺสเมกวจนโยสฺวปิ จ.

ยาคูนํ (ยาคุ + นํ)

ลง นํ จตุตฺถีวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ทีฆะ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคูนํ

 

สมฺปทาเน จตุตฺถี.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคุนํ (ยาคุ + นํ)

ลง นํ จตุตฺถีวิภัตติ พหูพจน์

สำเร็จรูปเป็น ยาคุนํ

 

สมฺปทาเน จตุตฺถี.

 

ยาคุยา (ยาคุ + สฺมา)

ลง สฺมา ปัญจมีวิภัตติ เอกพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

แปลง สฺมา เป็น ยา

รัสสะ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุยา

 

อปาทาเน ปญฺจมี.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ปโต ยา.

อโฆ รสฺสเมกวจนโยสฺวปิ จ.

ยาคูหิ (ยาคุ + หิ)

ลง หิ ปัญจมีวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ทีฆะ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคูหิ

 

อปาทาเน ปญฺจมี.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคูภิ (ยาคุ + หิ)

ลง หิ ปัญจมีวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ทีฆะ

แปลง หิ เป็น ภิ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคูภิ

 

อปาทาเน ปญฺจมี.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

สฺมาหิสฺมึนํ มฺหาภิมฺหิ วา.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคุหิ (ยาคุ + หิ)

ลง หิ ปัญจมีวิภัตติ พหูพจน์

สำเร็จรูปเป็น ยาคุหิ

 

อปาทาเน ปญฺจมี.

ยาคุภิ (ยาคุ + หิ)

ลง หิ ปัญจมีวิภัตติ พหูพจน์

แปลง หิ เป็น ภิ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุภิ

 

อปาทาเน ปญฺจมี.

สฺมาหิสฺมึนํ มฺหาภิมฺหิ วา.

ยาคุยา (ยาคุ + ส)

ลง ส จตุตฺถีวิภัตติ เอกพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

แปลง ส เป็น ยา

รัสสะ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุยา

 

สามิสฺมึ ฉฏฺฐี.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ปโต ยา.

อโฆ รสฺสเมกวจนโยสฺวปิ จ.

ยาคูนํ (ยาคุ + นํ)

ลง นํ ฉัฏฐีวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ทีฆะ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคูนํ

 

สามิสฺมึ ฉฏฺฐี.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคุนํ (ยาคุ + นํ)

ลง นํ ฉัฏฐีวิภัตติ พหูพจน์

สำเร็จรูปเป็น ยาคุนํ

 

สามิสฺมึ ฉฏฺฐี.

ยาคุยํ (ยาคุ + สฺมึ)

ลง สฺมึ สัตตมีวิภัตติ เอกพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

แปลง สฺมึ เป็น ยํ

สำเร็จรูปเป็น ยาคุยํ

 

โอกาเส สตฺตมี.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ฆปโต สฺมึ ยํ วา.

ยาคุยา (ยาคุ + สฺมึ)

ลง สฺมึ สัตตมีวิภัตติ เอกพจน์

ให้ อุ ชื่อ ป

แปลง สฺมึ เป็น ยา

สำเร็จรูปเป็น ยาคุยา

 

โอกาเส สตฺตมี.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

ปโต ยา.

ยาคูสุ (ยาคุ + สุ)

ลง สุ สัตตมีวิภัตติ พหูพจน์

แยก

ให้ อุ ชื่อ ป

ทีฆะ

รวม

สำเร็จรูปเป็น ยาคูสุ

 

โอกาเส สตฺตมี.

ปุพฺพมโธฯ.

เต อิตฺถิขฺยา โป.

โยสุ กตนิการโลเปสุ ทีฆํ.

นเย ปรํ ยุตฺเต.

ยาคุสุ (ยาคุ + สุ)

ลง สุ สัตตมีวิภัตติ พหูพจน์

สำเร็จรูปเป็น ยาคุสุ

 

โอกาเส สตฺตมี.

 

ธาตุ ศัพท์เป็นได้ ๒ ลิงค์

ธาตุ ศัพท์ที่เป็นสัตถาทิคณะ เป็นปุงลิงค์ แปลว่า ผู้ทรงไว้ จัดเป็นกริยาศัพท์หมายเอากิริยาการกระทำ

ธาตุ ศัพท์ที่เป็นอิตถีลิงค์ แปลว่า ธาตุ จัดเป็นชาติศัพท์หมายเอาประเภทของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

สัททนีติปกรณ์ (ปทมาลา) แสดงลิงค์ของ ธาตุ ศัพท์ที่แปลว่า ธาตุ ไว้ ๒ ลิงค์ว่า

ธาตุสทฺโท ชินมเต, อิตฺถิลิงฺคตฺตเน มโต,

สตฺเถ ปุลฺลิงฺคภาวสฺมึ, กจฺจายนมเต ทฺวิสุ.

„ธาตุ ศัพท์ปรากฏในความเป็นอิตถีลิงค์ ในพระดำรัสที่เป็นมติของพระชินเจ้า

ส่วนในคัมภีร์(สันสกฤต)ปรากฏในความเป็นปุงลิงค์ ตามมติของกัจจายนไวยากรณ์

ปรากฏในลิงค์ทั้งสอง" (จากปทรูปสิทธิมัญชรี หน้า ๖๑๕)

Share this post

Last Updated on Thursday, 29 September 2011 09:12
 
joomla template