logotype
คาถาธรรมบท สหัสสวรรคที่ ๘

๑๐๐. สหสฺสมปิ เจ วาจา, อนตฺถปทสญฺหิตา,
เอกํ อตฺถปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา อุปสมฺมติ. (๘:๑)

 

 

หากว่าวาจาแม้ตั้งพันประกอบด้วย

บทอันไม่เป็นประโยชน์ไซร้

บทอันเป็นประโยชน์บทหนึ่ง

ที่บุคคลฟังแล้วย่อมสงบ ประเสริฐกว่า.

๑๐๑.

สหสฺสมปิ เจ คาถา, อนตฺถปทสญฺหิตา,
เอกํ คาถาปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา อุปสมฺมติ. (๘:๒)

คาถาแม้ตั้งพันประกอบด้วยบทอันไม่เป็นประโยชน์ไซร้

คาถาบทหนึ่ง ที่บุคคลฟังแล้วย่อมสงบ ประเสริฐกว่า.

๑๐๒.

โย จ คาถาสตํ ภาเส, อนตฺถปทสญฺหิตา,
เอกํ ธมฺมปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา อุปสมฺมติ. (๘:๓)

ก็บุคคลใดพึงกล่าวคาถา ประกอบด้วยบทอันไม่เป็นประโยชน์

ตั้งร้อย บทธรรมบทหนึ่ง ที่บุคคลฟังแล้วย่อมสงบ ประเสริฐกว่า.

๑๐๓.

โย สหสฺสํ สหสฺเสน, สงฺคาเม มานุเส ชิเน,
เอกญฺจ เชยฺยมตฺตานํ, ส เว สงฺคามชุตฺตโม. (๘:๔)

บุคคลใดพึงชนะหมู่มนุษย์ตั้งพันคูณด้วยพัน ในสงคราม

บุคคลนั้นไม่ชื่อว่าเป็นผู้ชนะอย่างสูงในสงคราม

ส่วนบุคคลใดพึงชนะตนผู้เดียว บุคคลนั้นแล

ชื่อว่าเป็นผู้ชนะอย่างสูงสุดในสงคราม.

๑๐๔.

อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย, ยา จายํ อิตรา ปชา,
อตฺตทนฺตสฺส โปสสฺส, นิจฺจํ สญฺญตจาริโน. (๘:๕)

ตนแลอันบุคคลชนะแล้วประเสริฐ

ส่วนหมู่สัตว์นอกนี้ๆ

อันบุคคลชนะแล้ว จักประเสริฐอะไร.

๑๐๕.

เนว เทโว น คนฺธพฺโพ, น มาโร สห พฺรหฺมุนา,
ชิตํ อปชิตํ กยิรา ตถารูปสฺส ชนฺตุโน. (๘:๖)

เพราะว่า เทวดา คนธรรพ์ มารกับทั้งพรหม

พึงทำความชนะของบุรุษผู้มีตนอันฝึกแล้ว มีปกติ

ประพฤติสำรวมเป็นนิตย์ ผู้เป็นสัตว์เกิดเห็นปานนั้น

ให้กลับแพ้ไม่ได้.

๑๐๖.

มาเส มาเส สหสฺเสน, โย ยเชถ สตํ สมํ,
เอกญฺจ ภาวิตตฺตานํ, มุหุตฺตมปิ ปูชเย,
สา เยว ปูชนา เสยฺโย, ยญฺเจ วสฺสสตํ หุตํ. (๘:๗)

ก็การบูชาของผู้ที่บูชาท่านผู้มีตนอันอบรมแล้วคนหนึ่ง

แม้เพียงครู่หนึ่ง ประเสริฐกว่าการบูชาของผู้ที่

บูชาด้วยทรัพย์พันหนึ่งตลอดร้อยปีเสมอทุกเดือนๆ

การบูชาตั้งร้อยปีนั้นจะประเสริฐอะไร.

๑๐๗.

โย จ วสฺสสตํ ชนฺตุ, อคฺคึ ปริจเร วเน,
เอกญฺจ ภาวิตตฺตานํ, มุหุตฺตมปิ ปูชเย,
สา เยว ปูชนา เสยฺโย, ยญฺเจ วสฺสสตํ หุตํ. (๘:๘)

ก็การบูชา ของผู้ที่บูชาท่านผู้มีตนอันอบรมแล้วคนหนึ่งแล

แม้เพียงครู่หนึ่ง ประเสริฐกว่าผู้บำเรอไฟในป่าตั้งร้อยปี

การบำเรอไฟตั้งร้อยปีนั้นจะประเสริฐอะไร.

๑๐๘.

ยงฺกิญฺจิ ยิฏฺฐํ ว หุตํ ว โลเก,

สํวจฺฉรํ ยเชถ ปุญฺญเปกฺโข,
สพฺพํปิ ตํ น จตุภาคเมติ,

อภิวาทนา อุชุคเตสุ เสยฺโย. (๘:๙)

บุคคลผู้มุ่งบุญพึงบูชายัญที่บุคคลเซ่นสรวงแล้ว

และยัญที่บุคคลบูชาแล้ว อย่างใดอย่างหนึ่งในโลก

ตลอดปีหนึ่ง ยัญที่บุคคลเซ่นสรวงแล้ว และยัญที่บุคคล

บูชาแล้ว [ทาน] นั้น แม้ทั้งหมด ย่อมไม่ถึงส่วนที่ ๔

แห่งการอภิวาทในท่านผู้ดำเนินไปตรงทั้งหลาย

การอภิวาทในท่านผู้ดำเนินไปตรงทั้งหลาย ประเสริฐกว่า.

๑๐๙.

อภิวาทนสีลิสฺส นิจฺจํ วุฑฺฒาปจายิโน,
จตฺตาโร ธมฺมา วฑฺฒนฺติ, อายุ วณฺโณ สุขํ พลํ. (๘:๑๐)

ธรรม ๔ ประการคือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ย่อมเจริญ

แก่บุคคลผู้มีการอภิวาทเป็นปกติ ผู้อ่อนน้อมต่อผู้เจริญเป็นนิตย์.

๑๑๐.

โย จ วสฺสสตํ ชีเว, ทุสฺสีโล อสมาหิโต,
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, สีลวนฺตสฺส ฌายิโน. (๘:๑๑)

ก็บุคคลผู้มีศีลเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่วันเดียว

ประเสริฐกว่าบุคคล ผู้ทุศีล มีจิตไม่มั่นคง

มีชีวิตอยู่ตั้งร้อยปี.

๑๑๑.

โย จ วสฺสสตํ ชีเว, ทุปฺปญฺโญ อสมาหิโต,
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, ปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโน. (๘:๑๒)

ก็บุคคลผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่วันเดียวประเสริฐกว่า

บุคคลผู้ไร้ปัญญามีจิตไม่มั่นคง มีชีวิตอยู่ตั้งร้อยปี.

๑๑๒.

โย จ วสฺสสตํ ชีเว, กุสีโต หีนวีริโย,
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, วิริยํ อารภโต ทฬฺหํ. (๘:๑๓)

ก็บุคคลผู้ปรารภความเพียรมั่น มีชีวิตอยู่วันเดียว ประเสริฐกว่าบุคคลผู้เกียจคร้านมีความเพียรอันเลว มีชีวิตอยู่ตั้งร้อยปี.

๑๑๓.

โย จ วสฺสสตํ ชีเว, อปสฺสํ อุทยพฺพยํ,
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, ปสฺสโต อุทยพฺพยํ. (๘:๑๔)

ก็บุคคลผู้พิจารณาเห็นความเกิดขึ้นและเสื่อมไป

มีชีวิตอยู่วันเดียวประเสริฐกว่าบุคคล ผู้ไม่พิจารณาเห็นความเกิดขึ้น และความเสื่อมไป

มีชีวิตอยู่ตั้งร้อยปี.

๑๑๔.

โย จ วสฺสสตํ ชีเว, อปสฺสํ อมตํ ปทํ,
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, ปสฺสโต อมตํ ปทํ. (๘:๑๕)

ก็บุคคลผู้พิจารณาเห็นอมตบท มีชีวิตอยู่วันเดียว

ประเสริฐกว่า บุคคลผู้ไม่พิจารณาเห็นอมตบทมีชีวิตอยู่ร้อยปี.

๑๑๕.

โย จ วสฺสสตํ ชีเว, อปสฺสํ ธมฺมมุตฺตมํ,
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, ปสฺสโต ธมฺมมุตฺตมํ. (๘:๑๖)

 

สหสฺสวคฺโค อฏฺฐโม นิฏฺฐิโต.

ก็บุคคลผู้พิจารณาเห็นธรรมอันสูงสุด มีชีวิตอยู่วันเดียวประเสริฐกว่าบุคคล ผู้ไม่พิจารณาเห็นธรรมอันสูงสุดมีชีวิตอยู่ร้อยปี.

จบสหัสสวรรคที่ ๘

image1 image2 image3
Home Dhamma&Pali อนุพุทธประวัติ (คู่มือการฟังธรรม ๓) - ประวัติพระอุรุเวลกัสสปเถระ

Main Menu

*อาสาฬหบูชา ๑ (พม.ประนอม ธมฺมาลงฺกาโร)

Print E-mail
Article Index
อนุพุทธประวัติ (คู่มือการฟังธรรม ๓)
ประวัติพระอัญญาโกณฑัญญะ
ประวัติพระอุรุเวลกัสสปเถระ
ประวัติ พระสารีบุตรเถระ
ประวัติ พระโมคคัลลานเถระ
ประวัติ พระมหากัสสปเถระ
ประวัติ พระมหากัจจายนเถระ
ประวัติ พระโมฆราชเถระ
ประวัติ พระราธเถระ
ประวัติพระปุณณมันตานีบุตรเถระ
ประวัติ พระกาฬุทายีเถระ
ประวัติ พระนันทเถระ
ประวัติ พระราหุลเถระ
ประวัติ พระอุบาลีเถระ
ประวัติ พระภัททิยเถระ
ประวัติ พระอนุรุทธะเถระ
ประวัติ พระอานนทเถระ
ประวัติ พระโสณโกฬิวิสเถระ
ประวัติ พระรัฐบาลเถระ
ประวัติ พระปิณโฑลภารทวาชเถระ
ประวัติ พระมหาปันถกเถระ
ประวัติพระจูฬปันถกเถระ
ประวัติ พระโสณกุฎิกัณณเถระ
ประวัติ พระลกุณฎกภัททิยะ
ประวัติ พระสุภูติเถระ
ประวัติ พระกังขาเรวตเถระ
ประวัติ พระโกณฑธานเถระ
ประวัติ พระวังคีสเถระ
ประวัติ พระปิลินทวัจฉเถระ
ประวัติ พระกุมารกัสสปเถระ
ประวัติ พระมหาโกฏฐิตเถระ
ประวัติ พระโสภิตเถระ
ประวัติ พระนันทกเถระ
ประวัติ พระมหากัปปินเถระ
ประวัติ พระสาคตเถระ
ประวัติ พระอุปเสนเถระ
ประวัติ พระขทิรวนิยเรวตเถระ
ประวัติ พระสีวลีเถระ
ประวัติ พระวักกลิเถระ
ประวัติ พระพาหิยทารุจีริยเถระ
ประวัติ พระพากุลเถระ
All Pages

 

 

๒. ประวัติพระอุรุเวลกัสสปเถระ

 

 

 

๑. สถานะเดิม

 

ท่านมีชื่อว่าตามโคตรว่า กัสสปะ ต่อมาบวชเป็นฤษี ตั้งอาศรมอยู่ที่ตำบลอุรุเวลา จึงได้นามว่า อุรุเวลกัสสปะ

 

เกิดที่เมืองพารณาสี ก่อนพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จอุบัติ เป็นคนวรรณะพราหมณ์

 

การศึกษา เรียนจบไตรเพท

 

๒. มูลเหตุแห่งการบวชในพระพุทธศาสนา

 

อุรุเวลกัสสปะ มีน้องชาย ๒ คน คนรองชื่อว่านทีกัสสปะ เพราะตั้งอาศรมอยู่ที่ทางโค้งแห่งแม่น้ำคงคา คนเล็ก ชื่อว่า คยากัสสปะ เพราะตั้งอาศรมอยู่ที่ตำบลคยาสีสะ

 

พี่น้องทั้ง ๓ ตั้งสำนักสอนไตรเพทแก่คนทั้งหลาย อุรุเวลกัสสปะ มีบริวาร ๕๐๐ คน นทีกัสสปะมี ๓๐๐ คน คยากัสสปะมี ๒๐๐ คน ต่อมาตรวจดูสาระประโยชน์ในคัมภีร์ของตน เห็นเพียงแต่ประโยชน์ในปัจจุบันเท่านั้น จึงชวนกันออกบวชเป็นฤษี บำเพ็ญพรตด้วยการบูชาไฟ ตั้งอาศรมอยู่ตามตำบลต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว

 

ครั้งนั้น พระศาสดา ทรงส่งพระสาวก ๖๐ รูป ไปประกาศพระศาสนา ส่วนพระองค์เองเสด็จไปแคว้นมคธ เสด็จไปโปรดอุรุเวลกัสสปะ ทรงขออาศัยพักในสำนักด้วย อุรุเวลกัสสปะ ไม่เต็มใจ จึงบอกให้ไปพักในโรงบูชาไฟ ซึ่งมีนาคดุร้ายอยู่ในนั้น พระศาสดาได้เสด็จเข้าไปพักตลอดทั้งคืนโดยไม่มีอันตรายแต่อย่างใด แต่อุรุเวลกัสสปะก็ยังไม่ยอมรับ ยังมีมานะว่าตนเองเหนือกว่า พระศาสดาทรงใช้อุบายวิธีหลายอย่างเพื่อพิสูจน์ให้อุรุเวลกัสสปะรู้ตัวว่าไม่ได้เป็นพระอรหันต์ ในที่สุดเขาจึงยอมรับความจริง ทิ้งลัทธิของตน ลอยบริขารชฎิลลงในแม่น้ำ ทูลขอบรรพชาอุปสมบทกับพระศาสดา พร้อมด้วยบริวารทรงอนุญาตให้เป็นภิกษุด้วยพระวาจาว่า พวกเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด ธรรมอันเรากล่าวไว้ดีแล้ว จงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด

 

๓. การบรรลุธรรม

 

เมื่ออุรุเวลกัสสปะ พร้อมทั้งบริวาร ลอยบริขารและเครื่องบูชาไปตามสายแม่น้ำ น้องชายทั้งสองทราบจึงพร้อมด้วยบริวารพากันมาขอบวชในสำนักของพระศาสดา ทรงอนุญาตให้เป็นภิกษุเช่นเดียวกับอุรุเวลกัสสปะกับบริวาร จึงรวมเป็นภิกษุทั้งสิ้น ๑๐๐๓ รูป ทรงพาภิกษุเหล่านั้นไปยังคยาสีสะตำบล ประทับนั่งบนแผ่นหิน ทรงให้สมณะทั้งหมดบรรลุพระอรหัตด้วยอาทิตตปริยายเทศนาใจความย่อว่า ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นของร้อนเพราะไฟ ( กิเลส ) คือ ราคะ โทสะ โมหะ ความแก่ ความตาย ความเสียใจ ความคร่ำครวญ ความทุกข์ ความโทมนัส ความคับแค้นใจ

 

๔. งานประกาศพระศาสนา

 

พระอุรุเวลกัสสปเถระเป็นกำลังสำคัญยิ่ง ในการประดิษฐานพระพุทธศาสนาในแคว้นมคธ โดยประกาศตนเป็นสาวกของพระศาสดาต่อหน้าชาวมคธที่ติดตามพระเจ้าพิมพิสารมาเฝ้าที่ลัฎฐิวัน ทำให้คนเหล่านั้นหมดความสงสัย ตั้งใจฟังพระธรรมเทศนาจนได้ดวงตาเห็นธรรม ๑๑ ส่วน อีกหนึ่งส่วนตั้งอยู่ในสรณคมน์ ตั้งแต่นั้นมา ชาวมคธได้หันมานับถือพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก

 

๕. เอตทัคคะ

 

พระอุรุเวลกัสสปเถระ ได้รับยกย่องจากพระผู้มีพระภาคเจ้าว่าเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุ

 

ทั้งหลาย ผู้มีบริวารมาก

 

๖. บุญญาธิการ

 

ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ ( องค์ที่ ๑๓ ) ท่านได้เห็นภิกษุรูปหนึ่งมีบริวารมาก จึงสร้างความดีแล้วปรารถนาตำแหน่งเช่นนั้น พระศาสดาทรงพยากรณ์ว่าจะได้สมปรารถนาในศาสนาของพระสมณโคดม

 

๗. ธรรมวาทะ

 

การบูชายัญ ล้วนแต่มุ่งหมายรูป เสียง กลิ่น รส และสตรี ข้าพระพุทธเจ้ารู้ว่า นั่นเป็นมลทินในขันธ์ทั้งหลาย จึงไม่ยินดีในการ เซ่นสรวงและการบูชายัญ

 

๘. ปรินิพพาน

 

พระอุรุเวลกัสสปะ ได้เป็นกำลังสำคัญช่วยพระศาสดาประกาศพระศาสนาในแคว้นมคธ สุดท้ายได้ปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ดุจดวงประทีปที่โชติช่วงชัชวาลแล้วมอดดับไป

 

 

 

**********************************

 



Last Updated on Saturday, 17 November 2012 07:42
 
joomla template